เสริมนมข้อด้อยตัวเองภาษาไม่แข็งแรงเลย ทำให้ต้องยอมรับข้อด้อยมากๆ

เสริมนมศัลยกรรมแก้ไขหน้าอกหย่อนคล้อย
เมื่อเวลาผ่านไปอายุมากขึ้น มีการตั้งครรภ์และให้นมบุตร การเจ็บป่วย การลดน้ำหนักที่เร็วและฮวบฮาบ การใส่ชุดชั้นในไม่ถูกวิธี การห่อไหล่จนเป็นนิสัย ก็มักทำให้หน้าอกหน้าใจเราโดนแรงโน้มถ่วง ถ่วงจนย้อยลงไปตามวัย การหย่อนคล้อยมักจะมีระดับการหย่อนคล้อย หากหย่อนคล้อยไม่มาก ก็สามารถผ่าตัดเพิ่มขนาดหน้าอกให้กลับมาดูเต่งตึงขึ้นได้ หากมีระดับหย่อนคล้อยที่มากอาจจะต้องผ่าตัดเริ่มตั้งแต่ยกเนื้อตรงยอดหัวนม เพื่อปรับเนื้อส่วนเกินให้พอดี และ แก้ไขโครงสร้างของผนังหน้าอกด้านในดังกล่าว เพื่อให้เนื้อหน้าอก และ หัวนมถูกยกให้เชิดขึ้นมาในระดับที่พอดี เหมาะสม เสริมนม.

APR
19
การดูแลตัวเอง หลังการผ่าตัดเสริมหน้าอก

ก่อนทำนมต้องคิดถึงอะไรบ้างสำหรับการศัลยกรรมหน้าอกประเทศเกาหลี

1. อายุ
คุณหมอบอกว่าทางที่ดีรอซัก 20 – 22 ปีขึ้นไปค่อยมากทำดีกว่า น้อยกว่านี้การตัดสินใจอาจจะยังไม่ดีพอ เพราะเต้านมจะขยายเติบโตได้สุดๆประมาณ 20 ขวบ ถ้าประมาณ 22 ปี จะดีมากเพราะร่างกายจะเจริญเติบโตเต็มที่แล้ว
2. คุณหมอที่จะฝากชีวิตหน้าอกไว้
นอกจากโรงพยาบาลที่น่าเชื่อถือ มีมาตราฐานมากที่เราต้องนำมาคิดตรงจุดนี้ คุณหมอสำคัญมากมากมากมากมากมากที่สุด ให้อันดับ 1 เลยในการเริ่มคิดว่าจะทำหน้าอก ต้องเป็นคุณหมอคนนี้เท่านั้น คนนี้ต้องเป็นคนที่เราอาจจะเห็นผลงานผ่านตามาบ้าง ไม่มีก็ไปขอทางโรงพยาบาลที่คุณหมอคนนี้สังกัดอยู่ ต้องมีประสบการณ์มายาวนาน อย่างน้อยควร 5-8 ปีขึ้นไป 10 ปียิ่งดี และ ต้องจบเฉพาะทาง ควรถามข้อมูลจากผู้รู้ หรือ เอเจนซี่ศัลยกรรมที่น่าเชื่อถือ และ รู้จักวงการศัลยกรรมดีจริงๆ [จะรู้ได้ต้องฝึกตั้งคำถามให้เป็น ขอดูใบรับรอง และ สอบถามประวัติการทำงานของเขา อยากรู้อะไรยิงคำถามไป อย่าไปกลัว อย่าไปอาย ชีวิตเรา] เสริมนม คนที่เขาพูดแต่ความจริง เขาจะรู้สึกดี และ ยินดีที่จะมอบข้อมูลทั้งหมดที่เราสงสัยให้เราดู เพื่อสร้างความไว้วางใจ อย่าลืมว่าถ้าเราได้คุณหมอที่เก่งที่สุด ได้โรงพยาบาลที่น่าเชื่อถือที่สุด ต้องมีคนที่เราติดต่อได้หากเกิดปัญหา เพราะเราไปทำไกลบ้าน อย่างน้อยต้องเป็นอีเมลล์ หรือ รายชื่อผู้ที่อยู่ในโรงพยาบาล เช่น หัวหน้าแผนกศัลยกรรม เพื่อสอบถามข้อมูลที่เราต้องการ หากเกิดข้อสงสัยหลังทำ การทำศัลยกรรมต่างบ้านต่างเมืองแบบนี้ ภาษามันสำคัญมาก อย่างน้อยคนที่เราติดต่อ ต้องพูด อ่าน เขียน อังกฤษได้ หมอจะให้ดีเลือกที่ภาษาอังกฤษค่อนข้างดีก็จะดีกับตัวเรามาก มีอะไรก็ถามคุณหมอตรงๆไม่ต้องผ่านล่าม ของเอิ๊กฝากชีวิตไว้กับเอเจนซี่STMSTYLE และ คุณหมอ ข้อด้อยตัวเองภาษาไม่แข็งแรงเลย ทำให้ต้องยอมรับข้อด้อยมากๆอีกข้อ คือ รอคำตอบช้าหน่อย เพราะคุณหมอยุ่ง ต้องเอาภาษาไทยไปแปลงเป็นเกาหลี และ คุณหมอก็จะตอบเกาหลี มาแปลงเป็นภาษาไทย และ ถึงส่งกลับมา ระหว่างที่รอคุณหมอ เอิ๊กก็หาข้อมูลจากเว็บต่างประเทศรอไปก่อน อิอิ ยังไงก็แล้วแต่ตราบใดที่นมคู่ใหม่ยังอยู่กับเราซึ่งไม่รู้ว่าจะอยู่ 10 – 15 ปี หรือ ตลอดไป ในกรณีที่เราไม่ต้องการเอาออก คุณหมอคนนี้ก็ยังจะต้องอยู่คอยตอบคำถามและให้คำปรึกษาเราตลอด เพราะการทำศัลยกรรมหน้าอก “เชื่อหมอตัวเองเท่านั้น ถูกต้องที่สุด”
3. ข้อเสียของการทำหน้าอกที่ต้องยอมรับ
แน่นอนว่าข้อดี เราทราบอยู่แล้วละ หลายประการ ตอบสนองความต้องการที่จะมีไซส์ใหม่ของเรา หรือ ช่วยแก้เรื่องความหย่อนคล้อย บางคนก็มีปัญหาชีวิตคู่ บางคนสามีเคี่ยวเข็ญให้มาทำ [ สามีใจร้าย555แต่แลกกับการไม่นอกกาย ภรรยาหลายคนตามใจ ] ข้อเสียแน่นอนหลายคนกลัวเจ็บ แต่ขอบอกว่าเอิ๊กไม่รู้สึกเลย รถทับอะไรไม่ใช่เลย จะบอกว่าเลเซอร์ขนรักแร้เจ็บกว่า มันแค่ระบมวันเดียวแบบปวดเมนส์ ปวดรำคาญ แค่ย้ายจากปวดท้องมาปวดตรงหน้าอก และ รู้สึกอึดอัดช่วงแรก พร้อมกับการหายใจแล้วรู้สึกข้างในฟกช้ำเฉยๆ แต่สิ่งที่ต้องการให้ยอมรับนอกจากค่าใช้จ่ายที่สูงลิบ ก็ต้องทำความรู้จักสรีระตัวเองก่อน ถ้านมห่างมาก จะให้ชิดอาจจะยากมาก หรือ มองระยะยาว ถึงสุขภาพ ทำใหญ่มาก ปวด ไหล่ คอ หลัง และ ต้องยอมรับแผลเป็น ข้อเสียที่ต้องยอมรับสำหรับเอิ๊กคือแผลเนี่ยละ กำลังทำทุกวิธีทางให้มันจางไปมากที่สุด ซึ่งต้องรอประมาณ 1 ปี ถึงจะเริ่มเห็นสีของแผลจางไป เรื่องเสื้อผ้าที่ต้องใส่ระวังมากขึ้น ไม่มีนมใส่อะไรก็ดูน่ารัก พริ้วๆ พอมีก็ต้องระวังตัวเป็นผู้หญิงบางทีมันอันตราย เราจะโทษเพศตรงข้ามไม่ได้ มันเป็นสัญชาตญาณ หรือ ฮอร์โมนในสมองของเขา ที่จะต้องจับจ้อง ส่วนโค้งเว้าของผู้หญิงก่อน ความสวยงามของผู้หญิงแสดงออกได้หลายอย่าง ตั้งแต่กิริยา มารยาท การแสดงออก การพูดจา บางทีทำมาอยากจะเปิดเผยบ้างให้คุ้มค่าก็ทำได้ เพียงแต่ให้คำนึงถึงความปลอดภัย เป็นห่วงจากใจจริงๆค่ะ

เสริมหน้าอกวางแผนสำหรับการผ่าตัดการผ่าตัดควรจะพบแพทย์ที่มีความชำนาญ

เสริมหน้าอก วางแผนสำหรับการผ่าตัด
การผ่าตัดควรจะพบแพทย์ที่มีความชำนาญเพื่อให้แพทย์ที่มีความชำนาญเพื่อให้แพทย์ตรวจร่างกายของท่าน และสภาพเต้านมของท่าน ท่านสามารถจะคุยซักถาม และบอกความต้องการของท่านต่อแพทย์เพื่อแพทย์จะได้บอกรายละเอียดของการทำผ่าตัดของท่าน เสริมหน้าอก.

เสริมหน้าอก

4)ขนาดของถุงเต้านมเทียม (Size)
ขนาดของเต้านมเทียม แม้ว่าจะขึ้นอยู่กับความต้องการของคนไข้ก็ตาม แต่ที่สำคัญที่สุดคือ การประเมินจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญในการเลือกขนาดที่เหมาะสมและได้รูป

ค่าเปรียบเทียบช่วยให้สามารถเรียกขนาดของ
ถุงโดยประมาณเป็นซีซีได้ประมาณคร่าวๆ
1 cup     =     236 cc.
1/2cup     =    118 cc.
1/4 cup    =    59 cc.
1/3 cup    =    78 cc.

ขั้นตอนการผ่าตัดเสริมหน้าอก
การผ่าตัดเสริมหน้าอก ใช้ระยะเวลาผ่าตัดประมาณ 2-4 ชั่วโมง โดยให้คนไข้ดมยาสลบ เพื่อความสะดวกในการผ่าตัด หลังจากนั้นแพทย์จะ ผ่าตัดเปิดแผลที่รักแร้ ปานนม หรือใต้ราวนม แล้วแต่ว่าจะตกลงกับคนไข้ว่าอย่างไร โดยปัจจุบันนี้มักนิยมผ่าตัดเข้าทางรักแร้ มากที่สุด เนื่องจากสามารถหลีกเลี่ยงแผลบนเนินอกได้ดีกว่า เสริมหน้าอก
หลังจากนั้นแพทย์จะแหวกเนื้อเต้านมและกล้ามเนื้อแผงอกให้แยกออกจากกัน เป็นช่องกว้างขนาดพอเหมาะที่จะใส่ถุงซิลิโคน ที่เลือกเอาไว้ได้ เมื่อห้ามเลือดเรียบร้อยแล้ว แพทย์จึงจะค่อยๆใส่ ถุงนมเทียม เข้าไปทีละน้อยจนหมด เมื่อจัดรูปทรงเข้าที่แล้ว จึงเย็บแผลปิดด้วยไหมเล็กๆ จะเป็นไหมละลายหรือไม่ละลายก็ได้

การดูแลหลังผ่าตัด
1.ภายหลังผ่าตัดเสริมหน้าอกคนไข้จะได้พักฟื้นที่โรงพยาบาล 1 คืน เพื่อจะดูอาการหลังทำ โดยคนไข้จะได้รับยาแก้ปวด ยาแก้อักเสบ ยานอนหลับ หรือตามคำชี้แนะของแพทย์ เมื่ออาการคงที่แล้ว ก็สามารถกลับบ้านได้ และแพทย์จะ นัดมาตรวจหน้าอก ในอีกประมาณ 5 – 7 วันหลังจากทำ
2.หลังจากผ่าตัด ส่วนมากคนไข้จะมีอาการปวดระบมบริเวณหน้าอก และบริเวณรักแร้ทั้ง 2 ข้าง ประมาณ 2-3 วันหลังผ่าตัดเสร็จสิ้น โดยเฉพาะเวลายกแขนหลัง 3 วันไปแล้ว อาการปวดก็จะเบาบาง
3.เนื่องมาจากในขณะผ่าตัด คนไข้จะต้องดมยาสลบและต้องใส่ท่อเพื่อช่วยการหายใจ โดยเหตุนั้นหลังจากผ่าตัดเสร็จแล้ว คนไข้อาจจะมีอาการเจ็บคอบ้าง รวมไปถึงอาการคลื่นไส้ อาเจียนได้ โดยทั่ว ๆ ไปแล้วอาการคลื่นไส้อาเจียน จะดีขึ้นเป็นปกติเมื่อได้รับยาระงับอาการอาเจียน ส่วนเรื่องอาการเจ็บคอ ก็จะหายไปเองภายใน 1-2 วัน
4.ในวันแรกภายหลังผ่าตัด แพทย์จะเอาสายระบายน้ำเหลืองออก และแกะผ้าพันหน้าอกออกให้ และพันกลับไปใหม่ในลักษณะเหมือนเดิม บางท่านถ้าผ้ารัดหลุดหรือร่นลงมา แพทย์จะให้เปลี่ยน ใส่ชุดชั้นในที่เป็นแบบสปอร์ตบรา หรือชุดชั้นในแบบไม่มีโครง และที่สำคัญควรใส่ทั้งกลางวัน และกลางคืน ในช่วงสัปดาห์แรกหลังจากการผ่าตัดเสริมหน้าอก
5.จากนั้นแพทย์จะสอนเทคนิคการนวดหน้าอกให้คนไข้ทราบ เพื่อป้องกันการเกิดพังพืดหดรัดหลังการผ่าตัดโดยแนะนำให้คนไข้เริ่มนวดหน้าอก ในวันที่ 4 หรือ 5 ภายหลังผ่าตัดเสริมหน้าอก โดยให้นวดทุก ๆ 2 – 3 ชั่วโมง โดยวันละราวๆ 2 – 3 ครั้ง ระยะเวลาประมาณ 3 สัปดาห์ และหลังจากนั้นก็ให้นวดเพียงวันละ 1 – 2 ครั้งก็พอ และต้องทำอย่างติดต่อกัน อย่างน้อย 6 เดือนถึง 1 ปี เพื่อที่จะให้หน้าอกนั้นดูสวยยิ่งขึ้น และสามารถใส่ชุดชั้นในได้ตามเป็นปกติ ถ้าการนวดหน้าอกทำได้ดีเป็นปกติ อย่างไรก็ตามไม่แนะนำให้ใส่แบบมีโครง ในช่วง 1 เดือนแรกหลังจากผ่าตัด แต่ถ้ายังนวดได้ไม่ดีพอ ก็ไม่ควรที่จะใส่ยกทรงที่รัดแน่นเกินไปด้วย เสริมหน้าอก.

หน้าใสทําไง 10 เคล็ดลับหน้าใสไร้สิวฉบับผู้ชาย

หน้าใสทําไง  10 เคล็ดลับหน้าใสไร้สิวฉบับผู้ชาย

คุณกำลังประสบปัญหาเรื่องหน้าไม่ใสหรือสิวขึ้นใช่หรือไม่ ถ้าคุณเจอปัญหาเล่านี้มีทางแก้แล้วคับ เค้าวิจัยกันมาแล้วกว่า 80 % หน้าใสทําไง 

หน้าใสทําไง

หน้าใสทําไง  1.คุณจะต้องนอนไม่เกิน 4 ทุ่ม ให้นอนระหว่าง สามทุ่มถึงสามทุ่มครึ่ง ข้อแรกสำคัญ 2. กรุณาอย่าชัก…บ่อยติดต่อกัน (ลองเว้นระยะซัก 1 อาทิตย์ แล้วดูผล) 3.อย่าล้างหน้าบ่อย ให้ล้างวันละ 2 ครั้ง มากสุด 3 เพราะจะทำให้หน้าคุณบางลง เมื่อหน้าคุณบางหน้าคุณจะอ่อนแอ แพ้ง่ายทำให้เป็นสิวได้ง่าย แต่มีบางคนเค้าเถียงว่าถ้าไม่ล้างหน้า บ่อยๆจะทำให้หน้ามัน(สำหรับบางคนที่หน้ามันง่าย)แล้วสิวจะขึ้น มีวิธีแก้คือให้ใช้วิธีทาแป้งบ่อยๆคับหน้าคุณจะไม่มันแต่ถ้าคุณแพ้ แป้งละก็ให้ใช้ดินสอพองผสมกับน้ำมะนาว(ดีจริงขอบอก)โบ๊ะหน้าไว้ เพื่อไม่ให้หน้ามันแต่ถ้าแพ้อีกผมก็ไม่รู้จะทำไงแล้วแหละ 4.ควรออกกำลังกายด้วยวันละ 1 ครั้ง นานเท่าไหร่แล้วแต่แต่ขั้นต่ำ ไม่เกิน 30 นาที เมื่อคุณออกกำลังหายเสร็จ อย่าพึ่งล้างหน้าโดนเด็ดขาด ถ้าคุณล้าง หน้าเลยจะทำให้เกิดฝ้าขึ้นได้ เพราะหน้าคุณกำลังร้อนอยู่เจอน้ำเย็น จะทำให้ใบหน้าของคุณเสียได้และขึ้นฝ้า 5.ไม่ควรกินของมัน แต่สำหรับคนที่อดใจไม่ไหว มีวิธีแก้คับคุณกินน้ำตามเมื่อคุณกินของมันเสร็จกินมากๆจะช่วยได้คับ 6.กินน้ำเยอะๆ เยอะๆ นี่ไม่ได้หมายความว่า 7-8 แก้วนะคับ หน้าใสทําไง กินเมื่อฉี่ หรือ เยี๊ยวนั้นแหละ พอฉี่เสร็จก็ดื่มน้ำอย่างน้อย ครึ่งแก้วตามเสมอมันจะระบายของเสียออกจากร่างกายคุณและหน้าคุณจะใสไร้สิว 7. พยายามอย่าให้หน้าคุณโดนแดดแรงๆมากๆจะทำให้สิวขึ้น 8.คุณควรจะแยกผ้าใช้ เช่น ผ้าเช็ดหน้าก็ส่วนผ้าเช็ดหน้า ผ้าเช็ด ตัวก็ส่วนผ้าเช็ดตัว อย่างนี้เป็นต้น 9. อย่าพยายามให้หน้าคุณโดนฝุ่นผงเพราะจำทำให้คุณเป็นสิวหัว ช้างได้ 10. เสริมหล่อด้วยอาหารเสริมอย่างคอลลาเจนสำหรับผู้ชายโดยเฉพาะ (แนะนำยี่ห้อ Seoul Secret for Men) ที่ช่วยได้ เพราะมีส่วนประกอบของซิงค์ทำให้รอยสิวค่อยๆจางลง 11.ทำตาม 10 ข้อข้างบนได้หน้าคุณจะใสและไร้สิว หน้าใสทําไง.

หน้าเนียนใส วิธีบำรุงผิวหน้า ชายโดยเฉพาะ

หน้าเนียนใส  วิธีบำรุงผิวหน้า ชายโดยเฉพาะ

เกิดเป็นชายต้องดิบๆ เถื่อนๆ หากสำอางมากแสดงว่าไม่แมน… ความคิดเดิมๆเช่นนี้คงไม่มีอีกต่อไปแล้ว สมัยนี้ชายแท้ต่างก็หันมาดูแลตัวเองกันทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็นการฟิตหุ่นเสริมบุคลิกภาพ เลือกสรรเสื้อผ้าอาภรให้เข้ากับตัวเอง รวมถึงการดูแลผิวพรรณให้สุขภาพดี เป็นที่ต้องตาต้องใจสาวๆ (และเพศเดียวกัน) สำหรับในเรื่องของการบำรุงผิวหน้า ชายโดยเฉพาะ จะมีวิธีดูแลที่ต่างไปจากคุณผู้หญิง เนื่องจากสภาพผิวไม่เหมือนกัน วันนี้เรามาเรียนรู้กันว่า วิธีบำรุงผิวหน้า ชายที่ถูกต้อง เขาทำกันอย่างไร หน้าเนียนใส

หน้าเนียนใส

หน้าเนียนใส การบำรุงผิวหน้า ชายโดยเฉพาะ
1.อย่าล้างหน้าบ่อย แม้ผิวหน้าของคุณผู้ชายจะมีความทนทานกว่าสาวๆ แต่ก็ควรล้างหน้าเพียงวันละ 2 ครั้ง โดยล้างหน้าตอนตื่นนอนและอาบน้ำตอนเย็นไม่ควรล้างหน้าบ่อยครั้งเกินไป เพราะจะทำให้ผิวแห้ง ลอกได้ กรณีที่ผิวของคุณสกปรกจริงๆ เช่น หลังเล่นกีฬา ก็อาจล้างหน้าด้วยน้ำเปล่า เนื่องจากการล้างหน้ามากเกินไปอาจส่งผลกับผิวของคุณในระยะยาวได้
2.ใช้ครีมบำรุงสำหรับผู้ชาย ผิวหน้าของเพศชายและเพศหญิงมีความแตกต่างกัน จึงเกิดผลิตภัณฑ์บำรุงผิวหน้า ชายโดยเฉพาะ ยิ่งคนไหนหน้าแห้งมากๆจะยิ่งทำให้ผิวเสียได้ง่าย เนื่องจากผิวหน้าขาดน้ำมันช่วยหล่อเลี้ยงผิวตามธรรมชาติ รอยย่น รอยเหี่ยว ริ้วรอยต่างๆ จึงเกิดขึ้นง่าย ฉะนั้น จึงควรทาครีมบำรุงทุกวันหลังอาบน้ำ ซึ่งครีมบำรุงผิวหน้า ชายมีจำหน่ายทั่วไป แม้กระทั่งร้านสะดวกซื้อ
3.แก้ปัญหาสิวให้อยู่หมัด จะสังเกตเห็นว่าคุณผู้ชายส่วนใหญ่มักหนีไม่พ้นเรื่องสิว เพราะมีผิวมันเอื้อต่อการเป็นสิวได้ง่าย อย่างไรก็ดี ไม่ควรอย่างยิ่งที่จะทำการบีบสิวจนอักเสบ หรือล้างหน้าวันละหลายๆครั้งด้วยความเชื่อผิดๆ แต่ควรแก้ให้ตรงจุดด้วยการควบคุมความมันและขจัดสิ่งโสโครกที่มีความเสี่ยงต่อใบหน้า ไม่ว่าจะผ้าเช็ดหน้า ปลอกหมอน หรือมือก่อนที่จะสัมผัสใบหน้าต้องสะอาด อีกวิธีคือการล้างหน้าด้วยคลีนเซอร์อ่อนๆ เช้าเย็นเป็นประจำก็ช่วยลดปริมาณสิวได้
4.จัดการริ้วรอยด้วยวิตามินซี สำหรับหนุ่มๆ ที่ไม่ค่อยมีความรู้เรื่องการเลือก Skincare หรือ ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวพรรณ เอาเป็นว่าอย่างง่ายๆ สุด คือต้องมีวิตามินซี เพราะมีประสิทธิภาพในการต้านอนุมูลอิสระและมีประโยชน์กับผิวหนัง ช่วยลดริ้วรอยบนใบหน้า และทำให้ผิวเต่งตึงช่วยป้องกันอันตรายจากรังสียูวีของแสงแดด และช่วยให้เซลล์ผิวหนังได้ปรับสภาพคอลลาเจนซึ่งเป็นใยโปรตีนในหนังแท้ ทำให้ผิวดูสวยงาม
5.นวดหน้าและขัดหน้า บางคนได้ยินแบบนี้คงรู้สึกขึ้นมาทันทีว่าการนวดหน้า ขัดหน้ามันเป็นวิธีของคุณผู้หญิง แต่จริงๆแล้วสำหรับท่านชาย การล้างหน้าอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ หากต้องมีการนวดหน้าและขัดหน้า หรือทำทรีทเม้นต์บ้าง เพราะจะช่วยขจัดผิวที่ตายแล้วและทำความสะอาดขจัดสิ่งสกปรกที่สะสมอยู่บนผิวหน้า เพื่อให้ได้ผิวกระจ่างสดใสมากขึ้น
6.ทาครีมกันแดด แม้จะเป็นเพศที่แข็งแรงกำยำ แต่ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าแสงแดดสามารถทำร้ายผิวได้เหมือนกัน ดังนั้น การใช้ครีมกันแดดจึงเป็นเกราะป้องกันการเสื่อมสภาพของผิวหน้าที่ถูกทำร้ายจากรังสียูวี แม้จะไม่เห็นผลในเร็ววัน แต่ก็จะชัดเจนขึ้นในระยะยาว คุณผู้ชายบางคนถึงกับเป็นมะเร็งผิวหนังก็มี เนื่องจากไม่เคยใช้ครีมกันแดดหรือสวมเครื่องป้องกันแดด อย่างหมวก แว่นตา เป็นต้น
ชั้นผิวหนังของเพศชายจะหนากว่าเพศหญิง มีเส้นใยคอลลาเจนหนาแน่นกว่า จึงแข็งแรงกว่า ทำให้ไม่หย่อนยานง่ายอย่างเพศหญิงอีกทั้งฮอร์โมนเพศชายก็สร้างให้ต่อมไขมันที่ทำหน้าที่ได้ดีกว่าของเพศหญิง ผิวจึงดูชุ่มชื้นไม่หยาบกร้าน แต่หนุ่มๆก็อย่าชะล่าใจไป เพราะคุณอาจจะแก่ก่อนวัยได้ถ้าขาดการบำรุงผิวหน้าที่ถูกต้อง ดังนั้น จึงควรศึกษาและหันมาดูแลเอาใจใส่ด้วยวิธีบำรุงผิวหน้า ชายโดยเฉพาะกัน

 

 

วิธีการ ทำให้หน้าใสเนียนเรียบ ไร้สิวกวนใจ
หน้าของคุณเป็นสิวและแพ้ง่ายหรือเปล่า ถ้าคำตอบคือใช่ คุณก็มาถูกที่แล้ว! เพราะเรามีเทคนิคง่ายๆ ที่จะทำให้หน้าคุณใสเนียนเรียบ ไร้สิวมากวนใจอย่างที่ทุกคนใฝ่ฝัน มาเริ่มเรียนรู้วิธีการเหล่านี้เพื่อผิวที่ดีขึ้นกันดีกว่า
ขั้นตอน
ตั้งชื่อภาพ Get Clear, Smooth Skin Step 11
ล้างหน้าเป็นประจำทุกวันทั้งตอนเช้าและก่อนเข้านอน. ความสม่ำเสมอสำคัญมากเลยนะ เพื่อที่จะทำให้ผิวมีสุขภาพดี ดังนั้นเราจึงต้องหมั่นล้างหน้าของเราเป็นประจำทุกวัน
ล้างหน้าด้วยผลิตภัณฑ์ที่อ่อนโยนต่อผิว. ควรหลีกเลี่ยงการใช้สครับที่อาจรุนแรงเกินไป ผ้าเช็ดหน้าหรือใยบวบที่มีความกระด้างมาสัมผัสกับใบหน้า เพราะจะทำให้ผิวคุณระคายเคืองและทำให้เกิดรอยบนหน้าคุณได้ แต่ถ้าคุณต้องการขัดผิวหน้า ก็ควรใช้สบู่หรือผลิตภัณฑ์อื่นๆ ที่ทำขึ้นเพื่อการขัดหน้าโดยเฉพาะ
ใช้โทนเนอร์หรือผลิตภัณฑ์สำหรับเช็ดเครื่องสำอาง (ทางเลือกเสริม). ถ้าคุณเป็นคนผิวแห้ง ไม่ใช่ผิวผสมหรือผิวมัน คุณสามารถข้ามขั้นตอนนี้ได้ แต่สำหรับคนที่มีผิวผสมหรือผิวมัน คุณควรเลือกใช้โทนเนอร์ที่ปราศจากแอลกอฮอล์ และเหมาะสมกับสภาพผิวคุณมากที่สุด การใช้โทนเนอร์นั้นจะช่วยยกกระชับผิว ในขณะที่ช่วยกำจัดสิ่งสกปรกที่อยู่ในรูขุมขน
ให้ความชุ่มชื้นกับผิว. ถ้าคุณเป็นคนที่มีผิวค่อนไปทางมัน หน้าเนียนใส ควรเลือกใช้มอยส์เจอร์ไรเซอร์ที่เป็นครีมเข้มข้นในตอนกลางคืน แต่เลือกใช้มอยส์เจอร์ไรเซอร์ที่บางเบาหรือเป็นเจลในตอนกลางวันแทน และจะต้องทาทุกครั้งหลังจากล้างหน้าเสร็จ หรือทุกครั้งที่คุณรู้สึกว่าผิวขาดความชุ่มชื้น
เช็ดเครื่องสำอางออกให้สะอาดทุกคืน. เรารู้ๆ มันอาจจะเหนื่อยหน่อยที่จะทำแบบนี้ทุกคืน แต่ผลลัพธ์ที่ได้จะไม่ทำให้คุณผิดหวัง! ไม่มีเวลา? เหนื่อยเกินไป? สิ่งเหล่านี้จะไม่เป็นปัญหาอีกต่อไป เพราะเราสามารถหาซื้อกระดาษเปียกไว้ใช้สำหรับเช็ดเครื่องสำอางได้ตามร้านค้าทั่วไป ซึ่งทำให้การทำความสะอาดนั้นง่ายขึ้น

วิธีการรักษาสิวกวนใจ. ลองมารักษาสิวด้วยวิธีเหล่านี้ดูสิ!
ใช้เจลที่มีส่วนผสมของ Salicylic acid หรือโทนเนอร์. Salicylic acid นั้นจะช่วยผลัดเซลล์ผิว ซึ่งมีส่วนช่วยทำให้สิวหายไปและป้องการเกิดใหม่อีกด้วย ถ้ามีการใช้อย่างต่อเนื่องทุกวัน
ใช้ เลเซอร์ IPL home use หรือ envi personal IPL เครื่องนี้มีคุณสมบัติในการรักษาสิว ลดรอยสิว และอีกมากมาย เหมาะสำหรับคนไม่ค่อยมีเวลา ไม่ชอบรถติด เพราะสามารถทำเองได้ที่บ้าน และเห็นผลเร็วกว่าวิธีอื่นๆ ที่สำคัญ ปลอดภัยด้วย
ใช้โลชั่นที่มีส่วนผสมของ Benzoyl peroxide หรือเจลแต้มสิว. ถ้าคุณเป็นคนที่มีสิวเยอะทั่วใบหน้า หรือมีความรุนแรง คุณสามารถหาซื้อผลิตภัณฑ์บำรุงผิวหน้าที่มีส่วนผสมของ Benzoyl Peroxide ได้ และทาให้ทั่วใบหน้าก่อนเข้านอน หรือคุณสามารถใช้เจลแต้มสิวแต้มเฉพาะที่ได้เช่นกัน เพราะเจลแต้มสิวก็มีส่วนผสมของ benzoyl peroxide อยู่ด้วย
พบแพทย์ผิวหนัง. ผลิตภัณฑ์รักษาสิวอื่นๆ ที่มีประสิทธิภาพสูง เช่น Accutane และ Retin-A จะต้องใช้ภายใต้คำแนะนำของแพทย์เท่านั้น คุณไม่สามารถหาซื้อมาใช้เองได้ เพราะฉะนั้นถ้ามองไม่เห็นหนทางแล้วจริงๆ ก็ควรรีบไปพบแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อทำการรักษาต่อไป
ใช้มาร์คหน้าหรือผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดรูขุมขน. การใช้ผลิตภัณฑ์ดังกล่าวจะช่วยขัดผิวและกำจัดเซลล์ผิวที่ตายแล้วออกไป คุณควรมาร์คหน้าอาทิตย์ละครั้งเท่านั้น สำหรับผลิตภัณฑ์ขัดผิวสามารถหาซื้อได้ตามร้านค้าทั่วไป หรืออาจทำเองที่บ้านก็ได้
ตั้งชื่อภาพ 85539 33
ไม่แกะ หรือกดสิว. ซึ่งเป็นสิ่งที่คุณไม่ควรทำอยู่แล้ว ไม่ว่าสิวหัวดำบนหน้าคุณนั้นจะเชิญชวนให้คุณแกะซักแค่ไหน มันไม่มีอะไรดีขึ้นแน่ๆ ทั้งยังทำให้เกิดผลเสียตามมาอีกหลายอย่าง
การแกะสิวทำให้เกิดรอยสิว. รอยสิวนั้นเกิดจากการอักเสบของผิวหนังชั้นนอกและผิวหนังแท้ด้านใน ซึ่งถ้าเรากดสิวหรือแกะสิวจะทำให้รอยนั้นหายยากขึ้น อดทนไว้ก่อน แล้วจะดีเอง!
การแกะสิวทำให้เกิดแผลเป็น. เป็นสิวไม่นานก็หาย แต่แผลเป็นนี่สิ ไม่หายไปง่ายๆ แน่ ถ้าคุณต้องการหน้าที่เรียบเนียนไร้รอย ก็อย่าไปแกะมันเลย
อย่าสัมผัสใบหน้า. น้ำมันและสิ่งสกปรกบนมือคุณจะทำให้รูขุมขนอุดตันได้ง่าย นอกจากนั้น การพยายามไม่สัมผัสหน้าจะทำให้คุณเลิกแกะสิวได้อีกด้วย
ตั้งชื่อภาพ Get Clear, Smooth Skin Step 34
ใช้เครื่องสำอางและแปรงที่สะอาดเท่านั้น. เครื่องสำอางสามารถสะสมเชื้อแบคทีเรียได้เช่นเดียวกันกับอาหาร ดังนั้นเครื่องสำอางจึงมีอายุการใช้งานเช่นกัน ถ้าคุณใช้แป้ง ที่ปัดแก้ม อายแชโดวส์ และมาสคาร่าชุดเดิมมานานเกินกว่า 6 เดือนแล้วละก็ คุณควรจะเปลี่ยนใหม่ได้แล้วละ!
ข้อยกเว้นในกรณีนี้ใช้ได้กับแปรงแต่งหน้าเท่านั้น—เพราะแปรงเหล่านั้นสามารถนำมาทำความสะอาดได้ โดยไม่ต้องซื้อใหม่ คุณลองหาผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดเพื่อฆ่าเชื้อแบคทีเรีย แล้วนำมาทำความสะอาดแปรงของคุณเดือนละครั้ง หลังจากแต่งหน้าเสร็จ จากนั้นปล่อยให้แห้งระหว่างวันหรือข้ามคืน
ตั้งชื่อภาพ Get Clear, Smooth Skin Step 45
ดื่มน้ำเยอะๆ . อย่างน้อยก็ต้อง 6-8 แก้วต่อวัน แล้วคุณจะเห็นการเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้นกับผิวคุณ เพราะน้ำเป็นตัวช่วยในการกำจัดสารพิษออกจากร่างกายได้ง่ายขึ้น
ผู้หญิง: พยายามดื่มน้ำให้ได้วันละ 2.2 ลิตรหรือประมาณ 9 แก้ว [1] ถ้าคุณยังไม่สามารถดื่มได้มากขนาดนั้น ก็พยายามหลีกเลี่ยงเครื่องดื่มรสหวานทั้งหมด ซึ่งเป็นสิ่งที่คุณควรทำอยู่แล้วเพื่อสุขภาพที่ดี
ผู้ชาย: พยายามดื่มน้ำให้ได้วันละ 3 ลิตรหรือประมาณ 13 แก้ว
ถ้าสีปัสสาวะคุณอ่อน นั่นแสดงว่าคุณดื่มน้ำเพียงพอ แต่ถ้าเป็นสีเข้มแล้วละก็ คุณก็ควรดื่มน้ำให้มากขึ้น
ตั้งชื่อภาพ Get Clear, Smooth Skin Step 56
นอนหลับให้ถูกทาง. คุณรู้หรือไม่ว่าผิวคุณอาจเจอกับสิ่งสกปรกในขณะนอนหลับได้ เรามาดูวิธีลดความเสี่ยงเหล่านี้กัน:
เปลี่ยนปลอกหมอนอย่างน้อยอาทิตย์ละครั้ง. ปลอกหมอนนั้นสามารถสะสมฝุ่น น้ำลาย รวมทั้งสิ่งสกปรกอื่นๆ ได้ ซึ่งจะต้องสัมผัสกับหน้าคุณทุกวัน ดังนั้นคุณจึงควรซักหรือเปลี่ยนปลอกหมอนเป็นประจำ เพื่อผลลัพธ์ที่ดีที่สุด
หาหมอนใหม่. เช่นเดียวกับปลอกหมอน หมอนของคุณสามารถสะสมฝุ่นและสิ่งสกปรก แม้ว่าตัวหมอนจะไม่ค่อยถูกนำมาซักก็ตาม ถ้าคุณใช้หมอนใบเดิมมานานแล้ว ก็ถึงเวลาเปลี่ยนใหม่เสียที
รวบผมไปด้านหลัง. ถักผมไว้ด้านหลังและเก็บผมหน้าม้าหรือไรผมไม่ให้มาสัมผัสกับหน้าคุณด้วยที่คาดผม ผมของคุณก็จะไม่ทำให้ผิวระคายเคืองอีกต่อไปในขณะนอนหลับ
พักผ่อนให้เพียงพอเพื่อความงาม! การนอนหลับไม่เพียงพอและความเครียด ทำให้สภาพผิวคุณแย่ลงได้ ดังนั้นจึงควรนอนให้ได้ 7-8 ชั่วโมงทุกคืน
ตั้งชื่อภาพ 85539 77
เลือกบริโภคอาหารที่มีประโยชน์และออกกำลังกายเป็นประจำ. คุณควรเลือกบริโภคผัก ผลไม้ และธัญพืชต่างๆ เพื่อช่วยฟื้นฟูสุขภาพและผิวของคุณ นอกจากนั้น การออกกำลังกายยังช่วยคลายเครียด ทำให้เลือดไหลเวียนดี และทำให้เกิดการพักผ่อนที่เพียงพออีกด้วย
พยายามเลือกบริโภคอาหารที่ ให้พลังงานที่เหมาะสม. อาหารที่เราเลือกนั้นอาจเต็มไปด้วยน้ำตาลและคาร์โบไฮเดรตขัดสี ซึ่งอาจเป็นสาเหตุหนึ่งของการเกิดสิว ดังนั้นเราจึงควรเลือกอาหารที่มีโปรตีน ผัก และธัญพืชชนิดต่างๆ [2] ถึงแม้ว่าทางวิทยาศาสตร์ยังไม่มีการยืนยันว่าถ้าบริโภคน้ำตาลหรือคาร์โบไฮเดรตขัดสีมากเกินไปจะทำให้เกิดสิว เราก็ควรเลือกบริโภคอาหารที่มีประโยชน์อยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นผักต่างๆ เช่น บีทรูท มะเขือเทศ และบล็อคโคลี่ อาหารที่มีโปรตีน เช่น เนื้อสัตว์ที่มีสีขาว ปลา และถั่ว รวมทั้งธัญพืชต่างๆ เช่น ข้าวโอ๊ต ข้าวกล้อง และข้าวสาลี ซึ่งล้วนมีประโยชน์ต่อสุขภาพทั้งนั้น และนั่นก็จะทำให้ผิวคุณสุขภาพดีขึ้นด้วยเช่นกัน
อาหารที่ มีไขมันอิ่มตัวและฮอร์โมนต่างๆ สูง. อาจทำให้สภาพผิวแย่ลงได้ ยกตัวอย่างเช่น วัว ซึ่งอาจมีฮอร์โมนในตัวสูงเพื่อผลิตน้ำนม แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่าคุณควรเลิกดื่มนมหรือเลิกบริโภคอาหารที่มีส่วนผสมของนมไปโดยสิ้นเชิง เพียงแต่คุณต้องตระหนักว่าสิ่งที่คุณบริโภคเข้าไปนั้นจะมีผลอย่างไรบ้าง ดังนั้นเราจึงไม่ควรบริโภคผลิตภัณฑ์จากนมมากเกินไป
“เลือกบริโภคถั่วต่างๆ และอาหารที่มีไขมันดี” เพราะมีวิตามินอี (วิตามินที่ละลายในไขมันได้และมีสารต่อต้านอนุมูลอิสระ) กรดไขมันโอเมก้า 3 และสารประกอบที่มีลักษณะเป็นน้ำมันอื่นๆ โดยสารอาหารเหล่านี้มาจากถั่ว เมล็ดพืช ปลาแซลมอน และอะโวคาโด ซึ่งมีส่วนช่วยทำให้ผิวสวยเรียบเนียน
วิ่ง เดิน ว่ายน้ำ. ออกกำลังกายด้วยวิธีไหนก็ได้ที่คุณชอบ ไม่ว่าจะเป็นแค่การเดินอย่าง 15 นาทีต่อวัน ก็มีประโยชน์มากกว่าการอยู่เฉยๆ การออกกำลังกายจะช่วยคลายความเครียดที่สะสมมาทั้งวัน ซึ่งเป็นสาเหตุของการเกิดสิวได้ ดังนั้นถ้าคุณอยากจะมีผิวสุขภาพดีแล้วละก็ ก็ต้องขยันออกกำลังกายเป็นประจำ จะเข้ายิม จะวิ่ง หรือจะว่ายน้ำ ได้ทั้งนั้น แล้วแต่ความถนัดเลย แล้วคุณก็จะได้สุขภาพที่ดีแถมผิวสวยกลับคืนมาเป็นสิ่งตอบแทน
8
ดื่มชาเขียว. ชาเขียวนั้นมีสารต่อต้านอนุมูลอิสระ รวมทั้งสารอาหารอื่นๆ ที่จะช่วยรักษาสิวและเพิ่มประสิทธิภาพระบบเผาผลาญของคุณ ซึ่งมีส่วนเกี่ยวข้องกับการเกิดสิว ลองหันมาดื่มชาเขียวซักวันละ 2-3 แก้ว เพื่อผลลัพธ์ที่น่าพึงพอใจกันเถอะ!
9
ไม่ควรล้างหน้าด้วยแชมพูหรือสบู่ล้างมือ. เพราะมีกรดเข้มข้นซึ่งจะระคายเคืองต่อผิวที่บอบบางกว่าบนใบหน้าคุณ สบู่ล้างมือทำขึ้นเพื่อผิวที่มีความหนากว่า 2-3 เท่าเมื่อเทียบกับผิวบนใบหน้า และเป็นผิวที่มีเชื้อแบคทีเรียเยอะ ดังนั้นสบู่ล้างมือจึงมีความเป็นกรดสูง ซึ่งทำอันตรายต่อผิวหน้าเราได้ในระยะยาว อาจมากถึง 12 เดือนเลยทีเดียวในบางกรณี อย่าลืมว่าผิวหน้านั้นบอบบางกว่าผิวที่มือ ไม่ว่าผลิตภัณฑ์จะดีแค่ไหน ก็ไม่ควรนำมาใช้กับผิวหน้า หน้าเนียนใส.

วิธีทําให้หน้าเนียน สูตรมาร์คหน้าด้วยธรรมชาติ

วิธีทําให้หน้าเนียน สูตรมาร์คหน้าด้วยธรรมชาติ เพื่อผิวหน้าขาวใส ไร้สิว ไร้ริ้วรอย

ด้วยยุคแห่งมลพิษ และความเหนื่อยล้าจากสายลมแสงแดด หรือความเครียดจากการทำงานหนัก นอนดึก ออกงานบ่อย พักผ่อนน้อย ล้วนส่งผลกระทบต่อผิวหน้า ซึ่งเป็นสิ่งที่คุณผู้อ่านไม่ควรมองข้าม วันนี้จึงมีสูตรจากธรรมชาติและข้อดีของสมุนไพรหรือผักผลไม้สดๆที่นำมามาร์คนั้นแน่นอน เราจะได้รับคุณค่าอย่างเต็มที่ เหมือนเรากินผักผลไม้สดๆนั่นเองค่ะ สูตรมาร์คหน้าง่ายๆ วิธีทําให้หน้าเนียน

วิธีทําให้หน้าเนียน

 

วิธีทําให้หน้าเนียน 1. มาร์ค ว่านหางจระเข้

ตัดว่านหางจระเข้มาสัก 1 กาบไม่ต้องใหญ่มาก ปอกเปลือกออกให้หมดเอาแต่ส่วนของเนื้อใสมาใช้ นำเนื้อใสหรือวุ้นที่ได้มาปั่นเนียนละเอียดแล้วทาให้ทั่วใบหน้า เว้นรอบดวงตาและริมฝีปากเอาไว้ทิ้งไว้สักครู่ประมาณ 20 นาทีจึงค่อยล้างออกด้วยน้ำอุ่น มีข้อควรระวังคือหากเป้นผู้ที่มีผิวบอบบางหรือแพ้ง่ายไม่ควรใช้สูตรนี้ เพราะอาจเกิดการระคายเคืองได้และควรระวังยางสีเหลืองๆ ของว่าน สูตรนี้นอกจากจะสามารถลอกฝ้าได้แล้ว ยังมีผลในการช่วยบรรเทาสิวอักเสบ และลบเลือนจุดด่างดำบนใบหน้าได้ด้วย

2. น้ำมะนาว + นมผงของเด็ก

นำน้ำมะนาว + นมผงของเด็กและน้ำสะอาดอย่างละ 1 ช้อนชามาผสมรวมกันให้ดี จากนั้นนำมาพอกที่ใบหน้าประมาณ 20 นาที พยายามอย่าขยับเขยื้อนใบหน้าในช่วงนี้นักเพราะอาจทำให้เกิดริ้วรอยได้ง่ายเมื่อครบตามกำหนดเวลาแล้วให้ล้างออกด้วยน้ำอุ่นๆ แล้วซับหน้าเบาๆ จะรู้สึกได้เลยว่าผิวหน้าของคุณดูกระจ่างใสขึ้นเนื่องจากการทำงานของกรดในมะนาวและมีความนุ่มชุ่มชื้นจากนมผงอยู่ด้วย

3. มะเขือเทศ

ใครอยากหน้าสวยใส แถมมีเลือดฝาดแดงระเรื่อเหมือนผิวเด็ก ต้องลองสูตรนี้เลย !วิธีทำ นำมะเขือเทศ 1 ลูกมาบดหรือปั่นพอแหลกหรือจะฝานเป็นชิ้นหนา ๆ แล้วนำมานวดให้ทั่วใบหน้าและลำคอ วิตามินซีและกรดผลไม้ในมะเขือเทศ จะช่วยลอกผิวหนังที่ตายแล้วให้หลุดออกได้

4. น้ำผึ้ง+แตงกวา

สูตรนี้สำหรับผู้มีปัญหารูขุมขนกว้าง วิธีทำ ใช้น้ำผึ้งประมาณ 1 ช้อนชา ผสมกับแตงกวา 2 ช้อนโต๊ะ จากนั้นนำไปปั่นให้ละเอียดเนียนเป็นเนื้อเดียวกันแล้วจึงนำมาพอกให้ทั่วใบหน้า ทิ้งไว้ประมาณ 20 นาทีจึงค่อยล้างออกด้วยน้ำเย็นจัดๆ หรือน้ำแช่น้ำแข็ง เพียงเท่านี้หน้าของคุณก็จะเรียบเนียนขึ้นได้

5. โยเกิร์ต

นำโยเกิร์ตรสธรรมชาติ 1 ถ้วย (อาจแช่ตู้เย็นเพื่อเพิ่มความสดชื่นในที่ขณะพอกหน้า) วิธีทําให้หน้าเนียน ทาทิ้งไว้ให้ทั่วใบหน้าแล้วใช้ปลายนิ้วนวดเบา ๆ ประมาณ 20 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำอุ่น จุลินทรีย์แลคโตบาซิลลัส แลคติค และวิตามินบีที่อยู่ในโยเกิร์ตจะช่วยกำจัดสิ่งสกปรกบนรูขุมขนและบำรุงผิวหน้าให้ชุ่มชื่น เนียนสดใสขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ ถือเป็นเคล็ดลับความขาวใสที่สาว ๆ สามารถทำใช้ได้ทุกวัน

6. มะขามเปียก น้ำผึ้ง และมะนาว

ใช้เนื้อมะขามเปียก 1 กำ แยกเอากากและเม็ดออก ผสมกับน้ำผึ้ง 1 ช้อนโต๊ะ และ มะนาว 1 ช้อนชา ผสมจนเป็นเนื้อเดียวกัน แล้วนำเอามาพอกหน้าไว้ 5-10 นาที แล้วล้างออก ทำเป็นประจำสัปดาห์ 2 ครั้ง จะช่วยขจัดเซลล์ผิวเก่าที่ตายแล้วทำให้ผิวหน้าขาวขึ้นได้

7. กล้วยหอม

ผลไม้สีเหลืองสดนี้ไม่ได้ส่งผลดีต่อสุขภาพเท่านั้น แต่ยังทำให้ผิวหน้าสวยนุ่ม ชุ่มชื้น และสามารถแก้ปัญหาผิวได้หลายอย่างเลยทีเดียว เพียงนำกล้วยหอมสุกมาบดให้เป็นเนื้อละเอียดแล้วนำมาพอกหน้าทิ้งไว้ประมาณ 15 นาที เท่านี้ก็เตรียมอวดผิวสวย ๆ ให้คนอื่นอิจฉาได้เลย

8. ดินสอพอง

นำดินสอพองมาผสมน้ำเปล่าให้เป็นเนื้อครีมข้น แล้วทาทิ้งไว้ให้ทั่วใบหน้า เว้นบริเวณรอบดวงตาและริมฝีปาก ทิ้งไว้ 15-20 นาที ดินสอพองจะดูดซับความมันบนใบหน้า ดีท็อกซ์สารตกค้างที่เกาะติดอยู่บนผิว ทำให้ผิวหน้าดูสวยเด้ง แถมยังช่วยป้องกันแสงแดดได้อีกด้วยนะ

9. น้ำส้มคั้น+นมสด

โดยนำส้มมาคั้นให้ได้น้ำประมาณ 2 ช้อนโต๊ะ จากนั้นใส่นมสดผสมลงไป 1 ช้อนโต๊ะ คนจนส่วนผสมทุกอย่างเข้ากันดี แล้วจึงนำสำลีก้อนมาชุบและถูให้ถั่วไปหน้าเบาๆ เว้นบริเวณรอบดวงตาและปากทิ้งไว้สักครู่ประมาณ 20 นาทีจึงล้างออกด้วยน้ำอุ่นๆ

10. สูตรแตงกวา+ไข่ขาว

เหมาะสำหรับคนที่มีปัญหาหน้าที่มีความมัน และปัญหาเรื่องสิวมากๆ นำแตงกวา 1 ลูก ไข่ขาว 1 ฟอง น้ำมะนาว 1 ช้อนชา ผสมให้เป็นเนื้อเดียวกัน แล้วนำส่วนผสมที่ได้มาทำการพอกบนใบหน้า ทิ้งเอาไว้ประมาณ 15-20 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาด

11. ขมิ้นและนมสด

ขมิ้นอยู่ในอันดับต้น ๆของ ตำราสมุนไพรที่ใช้บำรุงผิวพรรณของคนในสมัยก่อน เพราะขมิ้นจะช่วยให้ผิวพรรณนุ่มนวลผ่องใส สะอาดเกลี้ยงเกลา เพียงนำผงขมิ้น 1 ถ้วยผสมกับนมสด 3/4 ถ้วย ผสมให้เข้ากัน แล้วนำมาพอกลงบนผิวขณะอาบน้ำ ทิ้งไว้ประมาณ 15-30 นาที ทำเป็นประจำทุกวัน รับรองผิวขาวเนียนนุ่มสุด ๆ วิธีทําให้หน้าเนียน.

 

อยากหน้าขาว อยากหน้าขาวนุ่มจับแก้มแล้วเนียนมือ

อยากหน้าขาว อยากหน้าขาวนุ่มจับแก้มแล้วเนียนมือ
วันนี้เรามีอีกหนึ่ง เหมาะสำหรับคนที่อยากหน้าขาว เนียน อย่างได้ผลดีและปลอดภัย มาฝากเพื่อนๆ ที่อยากจะให้ใบหน้านั้นเนียนใสขาวและดูดีได้ และที่สำคัญยังจะขาวขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติอีกด้วยค่ะ อยากจะรู้ วิธีทําให้หน้าใส เนียน นี้กันแล้วใช่ไหมล่ะค่ะ เรารู้ดีกว่าใครๆ ก็คงอยากจะมีใบหน้าที่ขาว เนียน ใส ไร้สิวอย่างแน่นอน เวลาแฟนจับแก้มจะได้ อุ๊ย หน้าเนียนจังอะไรแบบนี้ มาดูวิธีทำให้หน้าขาวใสกันเลยค่ะ อยากหน้าขาว

อยากหน้าขาว

 

อยากหน้าขาว วิธีทําให้หน้าใส เนียน นี้ยังช่วยในเรื่องของการลดสิวที่ใบหน้าของคุณอีกด้วยนะ อยากหน้าขาว มาเรียนรู้เคล็ดลับวิธีทําให้หน้าขาวใส เนียน อย่างได้ผลกันค่ะ

อันดับแรกต้องเตรียมอุปกรณ์กันก่อนนะจ๊ะ
– ผงขัดหน้าสมุนไพร 1 ซอง เลือกยี่ห้อตามใจ

– มะนาวสด 1 ผล

– น้ำผึ้งแท้ 1 ช้อน

– ไข่ไก่ 1 ฟอง เอาเฉพาะไข่ขาวค่ะ

– น้ำเปล่าสะอาด 1 แก้ว (แต่ใช้พอประมาณพอนะค่ะ)

นำส่วนผสมดังข้อ 1. มาผสมกันทั้งหมดเลยค่ะและคนให้เข้ากัน แล้วค่อยนำส่วนผสมทั้งหมดมาทาที่ใบหน้าแล้วถูขัด ทำการสครับส่วนผสมบนใบหน้าอย่างเบาๆ มือ ให้ทั่วจนแห้ง เมื่อแห้งแล้วให้พอกพักหน้าไว้ก่อนสัก 15-30 นาที แล้วล้างออกค่ะ อยากหน้าขาว ควรทำสูตรแบบนี้อาทิตย์และ 1 ครั้ง ใบหน้าของคุณก็จะขาวขึ้น เนียนขึ้น และใสขึ้นอย่างแน่นอน และที่สำคัญสิวก็จะค่อยๆ หายไปไม่มากวนใจอีกด้วย เริ่ดมั๊ยละคะ

สำหรับคนที่อยากหน้าขาว เมื่อรู้สูตรวิธีทําให้หน้าใสเนียนกันแล้ว ก็อย่าลืมไปลองทำตามกันดูนะ อยากหน้าขาว  ส่วนผสมทุกอย่างหาง่าย มาจากธรรมชาติด้วยกันทั้งนั้นเลยค่ะ ปลอดภัยสุดๆ อีกด้วย นอกจากจะประหยัดเงิน และเวลาแล้วยังได้ผิวหน้าสวยใสอีกด้วย แต่สิ่งที่ดีที่สุดของการทำหน้าให้ใสปิ๊งๆ ก็คือการนอนพักผ่อนนะคะ นอนน้อย นอนดึก สิวก็มาถามหาอีกนะ เป็นกำลังใจให้คนอยากหน้าขาว เนียน ใส ไร้สิวทุกคนค่ะ ดูแลตัวเองสำคัญที่สุดนะคะ

ดูเป็นเรื่องใกล้ตัวที่เราไม่เคยรู้ ไม่เคยใส่ใจเลยเนอะ แต่ตอนนี้เข้าใจแล้วล่ะว่า ทำไมสาวญี่ปุ่นเขาถึงได้หน้าเด็ก แลดูสุขภาพดีกันจัง นั้นก็เพราะ เขาดูแลตัวเองทั้งภายนอกและภายใน ไม่ว่าจะอาหารการกินและการบำรุงผิว ฉะนั้นสาวไทยอย่างเราๆ อย่ายอมแพ้ เราก็สวยและดูดีได้แพ้เขา เพียงแค่สาวๆ รู้จักที่จะดูแลตัวเองทั้งภายนอกและภายในเท่านั้นเองแหละ อยากหน้าขาว.

 

 

 

วิธีทําให้หน้าขาว อยากขาวต้องทำไง

 

วิธีทําให้หน้าขาว อยากขาวต้องทำไง

1. วิธีขัดผิว (Exfoliating) คือ การขจัดเซลล์ผิวที่ตายแล้วออกไปจากผิวหน้ารากศัพท์ของมันมาจากคำว่า “foliage” ซึ่งแปลว่าใบพืช เป็นที่ทราบกันดีแล้วว่า อิพิเดอร์มิส (Epidermis) หรือผิวชั้นนอกเกิดขึ้นมาโดยผ่านกระบวนการสร้างจนมาเติบโตเต็มที่อยู่ชั้นบนสุดของผิวหนัง โดยเซลล์ที่อยู่ล่างสุดของชั้นนี้ที่เรียกว่า เซลล์แรกเริ่ม (Basal Cells) จะสร้างเซลล์ลูกซึ่งจะเคลื่อนตัวขึ้นไปจนกลายเป็นผิวชั้นนอก เซลล์เหล่านี้มีหน้าที่เป็นตัวกั้นระหว่างร่างกายเรากับสิ่งแวดล้อมภายนอกทั้งยังช่วยเก็บรักษาความชุ่มชื้นภายในและป้องกันสิ่งแปลกปลอมที่จะเข้าสู่ผิว หลังจากเซลล์ใหม่ที่แข็งแรงกว่าอยู่ประจำที่บนชั้นผิวหนังแล้วเซลล์ผิวเก่าก็จะหลุดลอกออกโดยธรรมชาติ หากยังตกค้างอยู่บนผิวก็จะทำให้ผิวดูไม่มีชีวิตชีวาและดูเป็นสะเก็ด การขัดหน้าจึงเป็นทางเลือกหนึ่งในการกำจัดเซลล์เก่าที่บดบังความสดใสนั่นเอง วิธีทําให้หน้าขาว

วิธีทําให้หน้าขาว

 

วิธีทําให้หน้าขาว 2. ผลิตภัณฑ์ที่ใช้สำหรับการขัดผิว ได้แก่ ฟองน้ำขัดรูปแบบต่าง ๆ เช่น ใยบวบหรือครีม เช่น เอเอชเอ แม้กระทั่งผ้าเช็ดตัวก็สามารถใช้ขัดผิวได้ การขัดผิวอย่างนุ่มนวลจะช่วยให้ผิวของคุณดูชุ่มชื่นและใสกระจ่าง

 

3. ควรหลีกเลี่ยงการขัดผิวด้วยวิธีรุนแรง และหากขัดมากเกินไปก็อาจรบกวนหน้าที่ในการสกัดกั้นสิ่งแปลกปลอมของผิว รวมถึงทำให้ผิวอ่อนไหวมากขึ้นจนเกิดความแห้งกร้าน ไหม้แดด หรือปัญหาอื่น ๆ ได้ง่าย

 

4. ถ้าไม่กำจัดออกไปผิวจะเกิดการอุดตันและหายใจไม่ได้ ผลก็คือผิวจะหม่นหมองดูแล้วมีความมันหรือบางทีอาจทำให้เกิดสิวอุดตัน รวมทั้งทำให้กระบวนการไหลเวียนของโลหิตใต้ผิวไม่ดีทำให้ของเสียเกิดการสะสมตัว

 

5. ถ้าต้องการขัดผิวหน้าก็ควรทำอาทิตย์ละ 1-2 ครั้ง และขัดผิวกายเดือนละ 1-2 ครั้ง แต่ถ้าใครมีเซลลูไลท์แนะนำให้ขัดผิวบริเวณส่วนนั้นทุกวัน โดยใช้ถุงมือผ้าที่ใช้สำหรับอาบน้ำนวดขัดเพื่อกระตุ้นการไหลเวียนของเลือดและกำจัดของเสียออกทางระบบน้ำเหลือง

 

6. วิธีขัดผิวที่ถูกต้อง สิ่งที่ต้องมีคือ ฟองน้ำสำหรับขัดผิวกาย ถุงมือผ้า อาบน้ำหรือใยบวบและผลิตภัณฑ์ขัดผิว เลือกให้เหมาะกับสภาพผิว ถ้าไม่แน่ใจลองปรึกษาคนขาย

 

7. เริ่มต้นที่ทำผิวเปียก นำผลิตภัณฑ์ขัดผิวเทใส่ใยบวบ ฟองน้ำ หรือถุงมือ แล้วทาลงบนผิวเบา ๆ นวดผลิตภัณฑ์บนผิวด้วยการวนมือเป็นลักษณะวงกลมเบา ๆ เพื่อเป็นการกระตุ้นระบบไหลเวียนใช้น้ำล้างออกให้สะอาดซับให้แห้งแล้วทาครีมบำรุงผิวที่ให้ความชุ่มชื้นในขณะที่ผิวยังชื้น

 

8. ผลิตภัณฑ์สำหรับขัดผิวควรเลือกที่เป็นครีมหรือเจล เนื้อครีมควรมีลักษณะเป็นเม็ดกลมเพื่อปกป้องผิวจากการระคายเคือง หรือเป็นแผลถลอกขณะที่ขัดนวดผิวบริเวณนั้นควรมีความชื้นพอหมาดแล้วล้างออกด้วยน้ำมาก ๆ

 

9. ใยบวบ หรือใยขัดธรรมชาติเป็นอุปกรณ์ขัดผิวที่มีประสิทธิภาพมาก แต่ถ้าออกแรงขัดมากเกินไปอาจทำให้แสบผิวได้เพราะใยเหล่านี้มีลักษณะสากและหยาบ เวลาขัดจึงควรขัดเบา ๆ ไปทั่วร่างกายขณะอาบน้ำและเมื่อใช้เสร็จแล้วควรล้างทำความสะอาดและผึ่งให้แห้ง

 

10. การใช้ผ้าสำหรับถูตัว หรือฟองน้ำถูตัวเวลาอาบน้ำก็เป็นอีกวิธีการหนึ่งของการขัดผิวโดยใช้ร่วมกับสบู่หรือเจลอาบน้ำก็ได้

 

11. เลียนแบบจากสปาชั้นนำ โดยการใส่น้ำให้เต็มอ่างเติมเกลือเม็ดลงไปและเวลาที่ลงไปแช่ตัวอยู่ในอ่างให้ใช้เกลือ 1 กำมือ ขัดไปมาเบา ๆ ให้ทั่วตัวและล้างตัวด้วยน้ำสะอาด

 

12. แปรงแปรงผิวสามารถใช้ได้ดี โดยขัดเบา ๆ บนผิวที่แห้งก่อนอาบน้ำ วิธีทําให้หน้าขาว เพื่อขจัดเซลล์ผิวที่ตายแล้วให้หลุดไปหรือจะใช้ในขณะอาบน้ำร่วมกับสบู่หรือเจลอาบน้ำก็ได้

 

13. การปรนนิบัติผิวให้นุ่มนวลขึ้น ภายในระยะเวลาอันสั้นควรเริ่มด้วยการใช้น้ำมันนวดผิวก่อนอาบน้ำ จากนั้นจึงเข้าสู่ขั้นตอนของการขัดผิว เพื่อช่วยปรนนิบัติผิวสะอาดหมดจด สวยเนียนสดใสไปอีกนาน ๆ

 

14. เราสามารถทำครีมขัดผิวใช้เอง โดยการใช้เกลือเม็ดเล็ก ๆ ผสมกับน้ำมันทาผิว (Baby Oil) หรือน้ำมันมะกอกทาทั่วตัวทิ้งไว้ประมาณ 1 นาที นวดให้ทั่วแล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาด

 

15. สครับสำเร็จรูปมักมีลักษณะคล้าย ๆ กัน คือ บีด (bead) ซึ่งอาจทำจากเกลือ น้ำตาล อัลมอนด์ ฯลฯ ช่วยในการขัดผิว มีน้ำมันช่วยหล่อลื่นมีกลิ่นหอมอีกทั้งมีส่วนประกอบในการบำรุงผิวอีกหลายชนิด

 

16. เราสามารถทำสครับใช้เองง่าย ๆ ด้วย การใช้ผักผลไม้ชนิดที่มีคุณสมบัติครบถ้วนในตัวเดียว คือมีผิวสัมผัสที่ให้ความหยาบเล็กน้อยแต่ต้องไม่ถึงกับให้ผิวระคายเคืองมีน้ำช่วยหล่อลื่นและมีวิตามินตรงกับความต้องการ

 

17. มะขามเปียก สับปะรด มีเส้นใยช่วยขจัดขี้ไคลมีความเป็นกรดช่วยทำความสะอาดผิวทำให้ผิวขาวใสมีวิตามินซึ่งเป็นแอนติออกซิแดนท์สูง มะละกอมีเอนไซม์อ่อน ๆ ช่วยขจัดเซลล์ที่ตายแล้ววิตามินสูงแต่เนื้อมีความละเอียดมาก มะนาวเป็นกรดเหมาะใช้กับผิวส่วนที่หยาบกร้าน เช่น ข้อศอก ส้นเท้านุ่มขึ้น แตงกวาช่วยให้ผิวสดชื่น มะพร้าวขูดมีน้ำมันช่วยบำรุงผิว แต่ถ้าคุณเป็นคนผิวแห้งมากต้องระวังลองใช้ส้มเช้งมีคุณสมบัติ คล้ายสองชนิดแรกแต่ไม่เป็นกรดมาก

 

18. ถ้าคุณเลือกส่วนผสมหลักที่มีความพร้อมในตัวเดียว เช่น มะขามเปียกก็สามารถนำมาสครับได้เลย แต่ถ้าเลือกมะละกอก็ควรหาสิ่งที่เป็นบีดเพิ่มเข้าไปด้วย เพราะบีดช่วยเพิ่มความสากในสครับทำให้สามารถขจัดเซลล์ผิวที่ตายแล้วได้ง่ายขึ้น

 

19. เพื่อความปลอดภัยควรเลือกสิ่งที่อยู่ในครัวเรือนและมีโอกาสแพ้น้อยที่สุด เช่น เกลือมีฤทธิ์ช่วยสมานผิว ข้าวสารบดละเอียดช่วยให้ผิวขาว น้ำตาลทรายมีทั้งความสากและความหนืดอยู่ในตัวเอง งาเนื้อไม่หยาบเกินไป มีน้ำมันอยู่ในตัวช่วยลดความระคายเคืองและกาแฟกระตุ้นให้ร่างกายขับสารพิษ สิ่งที่ควรระวังคือบีดบางชนิดมีเหลี่ยมคมจึงต้องนำมาบดให้ละเอียดก่อนนอกจากนั้นอาจเพิ่มน้ำมันลงไปเพื่อช่วยลดการเสียดสี

 

20. ถ้าคุณมีผิวมัน ใช้มะขามเปียกหรือสับปะรดซึ่งมีความเป็นกรดช่วยขจัดความมันผสมกับเกลือมีฤทธิ์ช่วยสมานผิว เติมโยเกิร์ตช่วยบำรุงผิวก็ได้

 

21. ถ้าคุณมีผิวแห้ง ใช้ส้มเช้งเป็นส่วนผสมหลักปอกเปลือกแล้วหั่นเป็นแว่นพอจับถนัดมือใส่งาขาวเป็นตัวช่วยขัด เพิ่มน้ำมันมะกอกเล็กน้อยลดความระคายเคือง

 

22. ถ้าคุณมีผิวแพ้ง่าย ใช้แค่งาขาว งาดำผสมน้ำผึ้งหรือโยเกิร์ตก็พอ

 

23. การใช้น้ำมัน จุดประสงค์สำคัญคือช่วยหล่อลื่นและเป็นตัวช่วยลดความเข้มข้นของกรดสำหรับคนผิวแห้ง เช่น ถ้าคุณต้องการใช้สับปะรดขัดผิวแต่เกรงว่าผิวจะแห้งเกินไป การเพิ่มส่วนผสมน้ำมันก็เป็นทางเลือกที่ดีเพราะนอกจากช่วยให้ลื่นแล้วน้ำมันยังช่วยเคลือบผิวไม่ให้มีการสูญเสียน้ำมากเกินไป

 

24. การเพิ่มนม โยเกิร์ต น้ำผึ้ง หรืออื่น ๆ ที่ช่วยบำรุงผิวสามารถทำได้ แต่ต้องดูไม่ให้สครับข้นหรือเหลวเกินไปลักษณะของสครับที่ดีควรมีความหนืดเล็กน้อยจับตัวอยู่บนผิวได้และสะดวกแก่การขัด

 

25. ใครที่ชอบความหอมรื่นรมย์ สามารถเสริมกลิ่นด้วยการหยดน้ำมันหอมระเหยกลิ่นที่ชอบลงไป 2-3 หยด ซึ่งต้องเป็นน้ำมันหอมระเหยสำหรับนวดตัว ซึ่งมักผสมที่ความเข้มข้นประมาณ 2 เปอร์เซ็นต์ ไม่ใช่สำหรับใส่เตาเผาน้ำมันเพราะน้ำมันหอมระเหยเข้มข้นจะทำให้ผิวไหม้

 

26. คนที่มีโรคเกี่ยวกับต่อมน้ำเหลือง เช่น ต่อมน้ำเหลืองอักเสบรุนแรง ต่อมน้ำเหลืองโต มีแผลเป็นหนอง หรือแม้แต่เป็นสิวอักเสบ ควรงดการสครับชั่วคราวจนกว่าจะหายเพราะการขัดเป็นการกระตุ้นให้อักเสบมากขึ้น

 

27. ถ้าจะสครับหน้าต้องใช้ผลิตภัณฑ์ที่อ่อนที่สุด ขัดอย่างเบามือเพื่อกระตุ้นน้อย ๆ เน้นไปที่ร่องจมูกเลี่ยงจุดที่บอบบางมาก ๆ เช่น รอบดวงตา วิธีทําให้หน้าขาว.

อยากหน้าขาวใส 4 สูตรฉับไว ให้มะขามปลุกผิวใสฉบับเร่งด่วน

 

อยากหน้าขาวใส  4 สูตรฉับไว ให้มะขามปลุกผิวใสฉบับเร่งด่วน
มะขาม เป็นที่รู้จักกันดีด้วยที่มีรสชาติเปรี้ยวจนเข็ดฟันเลยทีเดียว
ปัจจุบันนี้มะขามยังสามารถนำมาทำเป็นยา รวมทั้งเครื่องสำอางกันอย่างแพร่หลาย
เพราะเป็นสมุนไพรพื้นบ้านของไทยที่หาซื้อได้ง่ายตามตลาดร้านค้าทั่วไป อยากหน้าขาวใส 

อยากหน้าขาวใส

 

อยากหน้าขาวใส  วันนี้สบายอารมณ์ขอนำสาวๆ ทุกท่านมารู้จักกับ
มะขามกับสรรพคุณที่นำมาใช้บำรุงความงามกันค่ะ เพราะมะขามอุดมด้วยวิตามินบี 2
ฟอสฟอรัส แคลเซียม คาร์โบไฮเดรต โปรตีน ไขมัน วิตามินเอ วิตามินซีสูง
และยังมีกรดผลไม้หลายชนิดเช่น กรดซิตริก กรดทาทาริค
มีฤทธิ์เป็นยามีสรรพคุณลดอุณหภูมิในร่างกายได้ดี (สำหรับผู้ที่เป็นไข้ เจ็บคอเรื้อรัง
การกินมะขามจะช่วยขับเสมหะ ชุ่มคอ และยังเป็นยาระบายอ่อนๆ อีกด้วย)

นอกจากนี้ จากการวิจัยพบว่ามะขามอุดมไปด้วยสาร AHA (Alpha hydroxyl acids)
ช่วยขจัดเซลล์ผิวที่เสื่อมสภาพให้หลุดลอกไป อยากหน้าขาวใส  ผิวจึงเปล่งปลั่งสดใสขึ้น การดูแลผิวอย่างง่ายๆ
จึงนิยมนำน้ำมะขามเปียกคั้นแล้วมาทาใบหน้าทิ้งไว้สักพัก
แล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาดก็จะได้ผิวหน้านุ่ม ไร้ผดผื่นต่างๆ
คนไทยเราจึงนิยมเอามะขามเปียกมาบำรุงเป็นสูตรความงามที่ปลอดภัย ได้ผลดี
และยังประหยัดสตางค์กันอีกด้วย

4 สูตรผิวใสด้วยมะขาม

สูตรผิวใส 1 : มะขามมีคุณสมบัติทำความสะอาดผิวหนังได้ดี นำมะขามเปียกมาแช่น้ำ
แล้วลอกเอาใยของมะขามออก จากนั้นนำมาถูตัวเบาๆ จะช่วยทำให้ผิวหนังชุ่มชื่น
ไม่แห้งกร้าน สดใสขึ้น ช่วยกำจัดแบคทีเรียได้ดี สามารถลดกลิ่นตัวที่ไม่พึงประสงค์ได้ด้วย

สูตรผิวใส 2 : นำมะขามเปียกและดินสอพองมาผสมกันจนละเอียดรวมเป็นเนื้อเดียวกัน
จะได้เนื้อครีมข้นและเหนียว
ใช้สำหรับนำมาพอกกับหน้าที่สะอาดแล้วก่อนเข้านอนทิ้งไว้ประมาณ 15-20 นาที
ล้างออกด้วยน้ำสะอาด ผิวหน้าสะอาด แลดูกระชับขึ้นลบรอยเหี่ยวย่นได้ดี

สูตรผิวใส 3 : นำ มะขามเปียกผสมน้ำอุ่น และนมสดให้เข้ากัน พอกทิ้งไว้บริเวณผิวหนัง
โดยเฉพาะบริเวณที่เป็นรอยด้าน เช่น ตาตุ่ม ฝ่ามือ ข้อศอก ส้นเท้า รักแร้ ขาหนีบ
เพื่อให้ผิวหนังที่เป็นรอยดำจางลง ทำให้ผิวขาวนุ่มนวลขึ้น
และนมสดจะช่วยบำรุงผิวให้เนียนนุ่ม

สูตรผิวใส 4 : นำมะขามที่เป็นฝักแก่แต่ยังไม่สุกดี สุก ผ่าเอาเมล็ดในออกแล้ว
เอาเฉพาะเนื้อขัดถูฟันเป็นประจำทุกครั้งที่แปรงฟัน คราบสกปรกบริเวณฟันจะค่อยๆ ลดไป
โดยเฉพาะผู้ที่สูบบุหรี่ หรือดื่มกาแฟเป็นประจำ ฟันจะขาวสะอาดใสเหมือนเดิม
…ให้ผิวได้กระจ่างใสอย่างเป็นธรรมชาติกันนะคะ อยากหน้าขาวใส .

 

สูตรขัดหน้า วิธีธรรมชาติ นำไข่ขาวมาตีให้ขึ้น แล้วเติมน้ำมะนาว และน้ำผึ้ง อย่างละ1 ช้อนชา

สูตรขัดหน้า วิธีธรรมชาติ นำไข่ขาวมาตีให้ขึ้น แล้วเติมน้ำมะนาว และน้ำผึ้ง อย่างละ1 ช้อนชา นำมาชโลมให้ทั่วใบหน้า แล้วใช้มือนวดเป็นวงกลมไปพร้อม ๆ กัน ทิ้งไว้ให้แห้ง แล้วจึงใช้ผ้านุ่ม ๆ ชุบน้ำเช็ดออก จะช่วยทำความสะอาดผิว และบำรุงผิวให้ชุ่มชื้นในขณะเดียวกัน นอกจากนำมาทาหรือพอกหน้า เพื่อให้ผิวสดใส เปล่งปลั่งกันแล้ว ในวันหยุด ลองดื่ม ชาผสมน้ำผี้ง.

Woman

 

จะช่วยกระตุ้นระบบการไหลเวียนของเลือดให้ดีขึ้น ทำให้ผิวสดใส มีเลือดฝาด แต่ไม่ควรเทน้ำเดือดจัดๆ ลงในน้ำผึ้งนะคะ สูตรขัดหน้า วิธีธรรมชาติ

เพราะอาจทำให้สารที่มีประโยชน์ในน้ำผึ้ง สลายตัวได้ค่ะ พอกหน้าด้วยแอ๊ปเปิ้ล จากเบลเยี่ยม ปอกแอ๊ปเปิ้ล คว้านเอาไส้และเมล็ดออก แล้วบดให้ละเอียดขณะที่บดให้ผสมน้ำผึ้งลงไปด้วย เมื่อบดจนเข้ากันดีแล้ว นำเอาส่วนผสมนี้มาพอกหน้าทิ้งไว้ 20 นาที แล้วใช้นมสดเย็นๆล้างออก
พอกหน้าด้วยแตงโม จากตุรกี ฝานแตงโมเป็นชิ้นบางๆจากส่วนที่แดงที่สุด นำมาแปะให้ทั่วใบหน้า แล้วใช้ผ้าขาวบางคลุมหน้าไว้ นอนพักสักครู่ ประมาณ ครึ่งชั่วโมง แล้วล้างออกด้วยน้ำเย็น
พอกหน้าด้วยไข่ขาว จากสวิตเซอร์แลนด์ ต่อยไข่ไก่ 1 ฟอง แยกไข่แดงออก เทเฉพาะไข่ขาวลงในถ้วย ใช้ส้อมตีไข่ขาวจนเป็นฟองพอสมควร แล้วใช้แปรงนุ่มๆจุ่มไข่ขาวทาให้ทั่วใบหน้าและลำคอ ทิ้งไว้ประมาณ 20 นาที จนไข่ขาวเริ่มจับตัวแข็ง แล้วล้างออกด้วยน้ำเย็น
พอกหน้าด้วยน้ำมะนาวและน้ำผึ้ง จากฝรั่งเศส ผสมน้ำผึ้ง 1 ช้อนโต๊ะ กับน้ำมะนาว 1 ช้อนชา คนให้เข้ากัน แล้วนำมาทาให้ทั่วทั้งใบหน้าและลำคอ ทิ้งไว้อย่างน้อย ครึ่งชั่วโมง หรือมากกว่า แล้วล้างออกด้วยน้ำอุ่น
พอกหน้าด้วยมะเขือเทศ จากญี่ปุ่น ฝานมะเขือเทศ 1 ชิ้นหนาๆ ถูให้ทั่วใบหน้าและลำคอเบาๆตรงบริเวณที่มีสิวเสี้ยน มะเขือเทศมีวิตามินซีและกรดAHA จะช่วยลอกผิวหนังที่ตายแล้วให้หลุดออกได ้หลังจากนั้นจึงค่อยใช้สำลีชุบน้ำเย็นเช็ดมะเขือเทศออก สูตรขัดหน้า วิธีธรรมชาติ.

เคล็ดลับหน้าใส การที่จะทำให้ผิวหน้าขาวใสย่อมมีหลายขั้นตอน เราเองก็ต้องอดทนใจเย็นๆ

เคล็ดลับหน้าใส การที่จะทำให้ผิวหน้าขาวใสย่อมมีหลายขั้นตอน เราเองก็ต้องอดทนใจเย็นๆ ค่อยๆ ดูแลผิวไป การดูแลผิวไปเรื่อยๆ วันหนึ่งเราจะได้ผิวขาวใสในแบบของเราอย่างปลอดภัยและเป็นธรรมชาติด้วยค่ะผิวขาวใสจากภายใน แน่นอนว่าการที่เราจะมีผิวดีควรดีมาจากภายใน เพราะไม่มีครีมชนิดใดที่ช่วยให้เลือดสูบฉีดได้ดี ทำให้ผิวพรรณเปล่งปลั่งสดใสได้ หากไม่ได้มาจากสุขภาพภายในปัจจัยพื้นฐานในการดูแลสุขภาพทั้งสุขภาพกายและสุขภาพผิวนั่นก็คือ กินดี อยู่ดี นอนหลับดี และสุขภาพจิตดี.

เคล็ดลับหน้าใส
ควรรับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่กินดี ไม่ได้หมายความว่าเราต้องกินอาหารเหลาราคาแพงทุกมื้อ แต่หมายถึงต้องกินอาหารให้ครบทั้ง 5 หมู่ เคล็ดลับหน้าใส

โดยเฉพาะในกลุ่มเกลือแร่ เช่น ซีลีเนียม เหล็ก สังกะสี กลุ่มวิตามิน ทั้งวิตามินเอ บี ซี ดี อี รวมทั้งวิตามินอื่นที่หาได้จากผักผลไม้ การดื่มน้ำให้ได้อย่างน้อยวันละ 8 แก้ว เพื่อเป็นตัวขับของเสียออกจากร่างกายและช่วยเพิ่มการไหลเวียนออกซิเจน และสารอาหารไปเลี้ยงผิว
ควรเลือกที่อยู่อาศัยที่มีสภาพแวดล้อมที่ดีควรเลือกที่อยู่อาศัยที่มีสภาพแวดล้อมที่ดีอยู่ดี หมายถึงการอยู่ในที่ปลอดโปร่ง ไร้มลพิษ การอาศัยอยู่ในแหล่งมลพิษต่างๆ จะทำให้ผิวสะสมอนุมูลอิสระ เมื่อมีมากเกินไปร่างกายไม่สามารถขับออกได้เซลล์ในร่างกายก็จะเสื่อมจากการถูกทำลายทำให้ผิวสะสมแต่ความหมองคล้ำแต่ถ้าเราต้องอยู่ในแหล่งที่เต็มไปด้วยมลพิษหรือมลภาวะต่างๆล่ะจะทำอย่างไร แน่นอนว่าเราคงเลือกสถานที่อยู่ไม่ได้ว่าเราไม่อยู่ที่นั่นที่นี่ เพราะมลพิษเยอะ แต่ถ้าเราต้องอาศัยในสถานที่แบบนั้นจริงๆ สิ่งที่เราควรทำ คือการรับประทานอาหารมีประโยชน์ การดื่มน้ำให้เพียงพอ งดสิ่งที่ทำให้สุขภาพเสียโดยเด็ดขาดทั้งสุรา บุหรี่
ควรออกกำลังกายอย่างน้อย สัปดาห์ละ 3 ครั้งๆ ละ 30 นาที แต่มีข้อห้ามนิดหนึ่ง คือ ห้ามออกกำลังกายในที่แจ้ง ให้ออกกำลังกายในบ้าน หรือในฟิตเนส เพราะการออกกำลังกายในสภาวะแวดล้อมที่เต็มไปด้วยมลพิษ เราก็สูดเอาสารพิษเข้าปอดเพิ่มขึ้นไปอีกควรพักผ่อนให้เพียงพอควรพักผ่อนให้เพียงพอนอนหลับดี อาจฟังเหมือนเป็นสุขศึกษาของเด็กชั้นอนุบาล แต่เป็นเรื่องจริงเอาแค่ง่ายๆ ถ้าเรานอนหลับไม่เพียงพอหรืออดนอนสัก 2 คืน เพียงเท่านี้ก็ทำให้เราเบลอ ลืมง่าย และขี้หงุดหงิด ถ้าเราศึกษาเรื่องนาฬิกาชีวิตมาบ้างเราจะรู้ว่าการนอนหลับสำคัญอย่างไร เคล็ดลับหน้าใส.