ฉีดหน้าเรียว โบท็อกซ์ botox 7 ข้อควรระวังในการฉีดโบท็อกซ์ หน้าเรียว

ฉีดหน้าเรียว โบท็อกซ์ botox 7 ข้อควรระวังในการฉีดโบท็อกซ์ หน้าเรียว

การฉีด โบท็อกซ์ เพื่อให้หน้าเรียวนั้นมักจะมีอาการข้างเคียงคล้ายๆ กัน ที่เราได้รวบรวมมาจากประสบการณ์ ของหลายๆคนซึ่งส่วนมากแล้วจะมีอาการเหมือนๆ กันดังนี้ ฉีดหน้าเรียว โบท็อกซ์ botox

ฉีดหน้าเรียว โบท็อกซ์ botox

 

ฉีดหน้าเรียว โบท็อกซ์ botox ปวดกราม ผู้รับการฉีดโบท็อกซ์หลายคนจะปวดกรามบ่อยและกล้ามเนื้อที่มุมกรามมักจะฝ่อตัวลง
เคี้ยวอาหารได้ลำบากมากขึ้นโดยเฉพาะที่มีความยืดหยุ่น แข็ง หรือมีความเหนียวสูง เพราะกล้ามเนื้อบริเวณกรามที่ได้รับการฉีดสารโบท็อกซ์นั้นจะขยับได้หนืดขึ้นทำให้เคี้ยวอาหารได้ลำบากมากขึ้น
ข้อต่อระหว่าขากรรไกรหลวม เวลาอ้าปากกว้างๆ จะรู้สึกกึกๆ ที่ข้อต่อขากรรไกร บางคนอาจรู้สึกปวดกล้ามเนื้อบริเวณขากรรไกรบ้างเป็นบางครั้งเพราะขากรรไกรไม่แข็งแรงเท่าเดิม
หน้าไม่ได้สมดุล บางคนอาจจะพบว่าใบหน้า ซ้าย ขวา นั้นไม่เท่ากันนั่นเกิดจากนิสัยการเคี้ยวอาหารของผู้รับการฉีด โบท็อกซ์ หากเคี้ยวอาหารเพียงข้างเดียวจะทำให้กล้ามเนื้อฝั่งที่เคี้ยวโตกว่าฝั่งที่ไมได้เคี้ยว
ยิ้มแล้วปากเบี้ยว ข้อนี้เกิดจากความไม่ชำนาญของแพทย์ที่อาจจะฉีดให้ไม่ตรงตำแหน่ง
แก้มหย่อนคล้อย มักเกิดขึ้นกับผู้ที่มีไขมันสะสมบริเวณแก้มเยอะ ฉีดหน้าเรียว โบท็อกซ์ botox เมื่อกล้ามเนื้อบริเวณกรามที่ฉีด โบท็อกซ์ นั้นเล็กลงแต่แก้มไม่ได้เล็กลงด้วยจึงทำให้แก้มหย่อนลง
หนังตาตก หางคิ้วกระดก หน้าผากตกและตึง เกิดจากสาร โบท็อกซ์กระจายตัวไปยังกล้ามเนื้อส่วนอื่นที่ไม่เกี่ยวข้องสาเหตุเกิดจากการนอนราบหรือตะแคงภายในระยะเวลา 3 ชั่วโมงแรก หรือ การเอามือไปบีบนวดบริเวณที่ฉีด
ทั้งหมดนี้เป็นเพียง 7ข้อควรระวังในการฉีดโบท็อกซ์ หน้าเรียว ซึ่งอาจมีข้ออื่นๆอีกแล้วแต่พฤติกรรมของผู้รับการฉีด

ข้อห้ามในการฉีด โบ ท็อกซ์ (Botox)

คนที่มีปัญหาแพ้โบ ท็อกซ์ (Botox) หรือ โปรตีนอัลบูมิน
คนที่ตั้งครรภ์ หรือให้นมบุตร
คนที่มีความผิดปกติของระบบกล้ามเนื้ออยู่แล้ว เช่น มัยแอสทีเนีย myasthenia gravis หรือโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรงอื่น
คนที่เลือดออกง่ายผิดปกติ
ยาบางตัวมีผลต่อโบ ท็อกซ์ (Botox) เช่นยากลุ่มยาแอนติไบโอติกส์ ควินิน ฯลฯ

คำแนะนำหลังฉีด โบ ท็อกซ์ (Botox)

ภายหลังฉีด โบ ท็อกซ์ (Botox) ควรอยู่ในท่านั่ง หรือยืนประมาณ 4 ชม. เพื่อกันการไหลของยาไปที่อื่น
อาจมีจ้ำเลือดเล็กๆไม่ต้องทำอะไร เดี๋ยวจะค่อยๆหายไปเอง
ไม่ควรอบซาวน่า, ทำเลเซอร์ หรือ ให้หน้าโดนความร้อนประมาณ 1 สัปดาห์ ไม่อย่างนั้น โบ ท็อกซ์ (Botox) จะสลายก่อนจะออกฤทธิ์เต็มที่
ห้ามนวดหน้าแรงๆ หรือ ทำทรีตเม้นท์ด้วยเครื่องที่เกี่ยวกับการผลักยา 2 สัปดาห์ เพราะอาจจะผลักโบท็อกซ์ (Botox) ให้ลงไปลึกเกินกว่าที่ต้องการ ทำให้เกิดผลข้างเคียงร้ายแรงได้ เช่น หนังตาตก เป็นต้น
อาจมีอาการตึงหนักหน้าใน 3-4 วันเป็นปกติ ไม่ต้องกังวล อาการจะหายไปใน 1-2 สัปดาห์

การฉีด โบท็อกซ์ (Botox) หรือ โบทูลินั่ม ท็อกซิน จำนวนมาก ในต่างประเทศ พบว่าไม่มีอันตรายถึงชีวิต เมื่อใช้โดยผู้เชี่ยวชาญและใช้ฉีดเพื่อความสวยงาม ผลข้างเคียงส่วนมากที่เกิดขึ้นมักเป็นแบบเฉพาะที่

ปวดกรามคือ มักมีอาการปวดกรามอยู่บ่อยๆ และกล้ามเนื้อมุมกราม จะฝ่อตัวลงอย่างเห็นได้ชัด
เคี้ยวอาหารได้ลำบากมากขึ้นโดยเฉพาะอาหารที่มีความยืดหยุ่น แข็ง หรือมีความเหนียวสูง
ข้อต่อระหว่างขากรรไกรหลวมเวลาอ้าปากกว้างๆ แล้วหุบปากเข้าจะรู้สึกกึกๆที่ข้อต่อขากรรไกร คุณสาวๆ บางคนอาจรู้สึกปวดกล้ามเนื้อ ในบริเวณขากรรไกรบ้างเป็นบางครั้ง เพราะขากรรไกร ที่ทำหน้าที่ยึดข้อต่อ ไม่แข็งแรงเท่าเดิม
หน้าไม่ได้สมดุลสำหรับคุณสาวๆ บางคนเมื่อทำการฉีดสารโบท็อกซ์ไปได้สักพัก จะพบว่า ใบหน้าซ้ายขวาไม่เท่ากัน ซึ่งเกิดขึ้นเพราะ เวลาที่เคี้ยวหารที่อาหารที่เหนียวๆ หรือแข็งๆ มัดกล้ามเนื้อในบริเวณกราม ก็จะขยายตัวโตขึ้นตามไปด้วย ถ้าหากคุณสาวๆ ชอบเคี้ยวอาหารเพียงข้างเดียวบ่อยๆ ก็จะทำให้มัดกล้ามเนื้อที่โตขึ้นมากกว่าอีกข้าง จนเกิดความเสียสมดุลของรูปหน้าในที่สุด
ยิ้มแล้วปากเบี้ยวส่วนใหญ่เกิดขึ้นจาก การฉีดโบท็อกซ์ (Botox) ผิดตำแหน่ง โดยแพทย์ที่ไม่ชำนาญ
แก้มหย่อนคล้อยมักเกิดขึ้นกับคุณสาวๆ ที่มีไขมันที่สะสมอยู่บริเวณแก้มเยอะ เมื่อทำการฉีดโบท็อกซ์ (Botox) เข้าไปในบริเวณกราม กล้ามเนื้อกรามจะเล็กลง แต่ไขมันที่แก้ม และข้างๆ มุมปากไม่ได้เล็กลงตามไปด้วย ทำให้แก้มดูหย่อนคล้อยลงมา
หนังตาตกหางคิ้วกระดก หน้าผากตกและตึง ผลข้างเคียงที่เกิดขึ้น โดยส่วนใหญ่ เกิดจากการที่โบท็อกซ์ (Botox) กระจายตัวไปยังกล้ามเนื้อมัดอื่น ที่ไม่ใช่เป้าหมาย ในการฉีดเพื่อทำให้หน้าเรียว ซึ่งอาจเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ อาทิเช่น คุณสาวๆ เกิดไปนอนราบภายในระยะเวลา 3 ชั่วโมง หรือทำการบีบนวดบริเวณที่ทำการฉีดหลังจากการฉีดโบท็อกซ์ (Botox) ใหม่ๆ เพราะจะทำให้โบท็อกซ์ (Botox) เกิดการไหลย้อน หรือไหลไปยังมัดกล้ามเนื้ออื่นๆ ที่ไม่เกี่ยวข้องได้
รู้สึกหน้าแข็งไปทั้งหน้าใบหน้าจะรู้สึกตึงและขยับ บังคับกล้ามเนื้อบนใบหน้าไม่ได้ดังใจ อาการเหล่านี้ จะค่อยๆ หายไปภายใน 1-2 สัปดาห์
ใบหน้าบางส่วนเป็นอัมพาธทำให้ใบหน้าดูไร้อารมณ์ ไม่สามารถดูออกได้ว่า กำลังดีใจหรือโกรธอยู่ ซึ่งจะเป็นอาการชั่วคราวไม่ถาวร และจะค่อยๆ หายไปตามระยะเวลา
เกิดการแพ้ตัวยาทำให้เกิดอาการอ่อนเพลีย มีไข้ต่ำๆ ปวดหัวเล็กน้อย คลื่นไส้ อาเจียน คลื่นไส้ หรือผื่นคัน ในบริเวณที่ทำการฉีด เป็นต้น
หน้าเรียวขึ้นเพียงไม่กี่เดือนก็กลับไปเป็นเหมือนเดิมโดยปกติแล้ว โบท็อกซ์ (Botox) จะออกฤทธิ์ช่วยทำให้ใบหน้าเรียว อยู่ประมาณ 3-6 เดือน หลังจากนั้น สามารถทำการฉีดซ้ำได้ เพื่อรักษาโครงหน้าให้ยังคงเรียวเข้ารูปเอาไว้ แต่สำหรับบางคนที่เลือกฉีดโบท็อกซ์ (Botox) ที่เป็นของปลอม หรือด้อยคุณภาพ นอกจากฤทธิ์ของสารจะไม่คงอยู่ยาวนานเหมือนปกติ ทั้งยังเป็นอันตรายต่อหน้าสวยๆ หล่อๆด้วยนะคะ ฉีดหน้าเรียว โบท็อกซ์ botox.