เสริมหน้าอก เปลือกหนา ไม่รั่ว แตกภายหลัง

เสริมหน้าอก เปลือกหนา ไม่รั่ว แตกภายหลัง
ด้วยควาหนาของซิลิโคน Mentor นั้น มีความหนาของซิลิโคนถึง 3 ชั้น และมีการรับประกันการฉีดขาดหลังตลอดอายุการใช้งาน

มาตรฐานห้องผ่าตัดระดับสากล

ความปลอดภัย เป็นเรื่องที่ F Clinic ให้ความสำคัญ ไม่แพ้ผลการรักษา ด้วยอุปกรณ์ ห้องผ่าตัดที่ทันสมัย เครื่องมือ ระบบฆ่าเชื้อโรค (sterilize) ในอากาศภายใน 2 นาที ป้องกันการติดเชื้อได้เกือบ 100% คุณภาพระดับโรงพยาบาลชั้นนำเสริมหน้าอก.

เสริมหน้าอก

ทรงสวย หน้าอกชิด

ผลการรักษาตอบโจทย์ทุกปัญหาหน้าอกของสาวไทย ศัลยแพทย์ออกแบบทรงหน้าอกให้สวยชิด ทำให้คนไข้มีความมั่นใจหลังการรักษา

ตรวจร่างกายที่โรงพยาบาลเอกชนชั้นนำ

เพื่อความปลอดภัยของการศัลยกรรมเสริมหน้าอก ทางเอฟคลินิกของเราจะพาลูกค้าไปตรวจสอบร่างกายก่อนเพื่อให้มั่นใจได้ว่าลูกค้ามีโรคประจำตัวอะไรอยู่บ้าง รวมถึงโรคที่ไม่แสดงอาการให้ทราบมาก่อน เพราะบางโรคจะมีผลโดยตรงต่อการผ่าตัด ซึ่งแพทย์จะได้เตรียมการป้องกัน หรือแก้ไขก่อนการผ่าตัด เสริมหน้าอก

ผ่าตัดด้วยการดมยาโดยแพทย์วิสัญญีเฉพาะทาง

เรามีวิสัญญีแพทย์เฉพาะทางที่มีประสบการณ์มากกว่า 10 ปี คอยดูแลระหว่างการผ่าตัด เพื่อให้มั่นใจว่าคนไข้จะไม่ตื่นขึ้นมาระหว่างการผ่าตัด โดยที่ศัลยแพทย์ไม่ต้องกังวลหรือเร่งรีบในการผ่าตัด ส่งผลให้ผลการผ่าตัดออกมาดีที่สุด

การผ่าตัดเสริมหน้าอก ศัลยกรรมหน้าอกเพื่ออัพไซต์ของตัวเองให้ใหญ่ขึ้น ในปัจจุบันถือว่าเป็นการทำศัลยกรรมความงามที่ได้รับความสนใจเป็นอย่างมาก เนื่องจากการใส่ใจกับรูปร่างของตัวเองที่สาวๆ อยากจะให้มีทรวดทรงองเอวที่สมส่วน โดยเฉพาะหน้าอกหน้าใจ แถมเทคโนโลยีการผ่าตัดที่ทันสมัยมากขึ้น ทำให้การผ่าตัดเสริมหน้าอกง่ายขึ้น เป็นธรรมชาติ และมีความปลอดภัย ซึ่งแน่นอนว่าในความปลอดภัยที่กล่าวมา ก็ต้องมีความเสี่ยงจากหลายๆ ปัจจัยเข้ามาเกี่ยวข้องอยู่แล้วเสริมหน้าอก.

ลดน้ําหนักด้วยมะนาว เป็นอย่างไร มะนาวโซดา ล้างพิษ ดีท็อกซ์สารพิษ ช่วยลดความอ้วน

 
ลดน้ําหนักด้วยมะนาว เป็นอย่างไร มะนาวโซดา ล้างพิษ ดีท็อกซ์สารพิษ ช่วยลดความอ้วน

ตอนนี้กำลังเป็นเทรนด์มาแรง แซงโค้งอยู่เลย สำหรับการกินน้ำมะนาวโซดา เพื่อล้างพิษ หรือที่เรียกกันแบบเก๋ๆ ว่าดีท็อกซ์สารพิษในร่างกาย และก็มีสาวๆ หลายคนนำมันมาเป็นสูตรลดน้ำหนัก ช่วยให้หุ่นดี ไร้ไขมัน ลดความอ้วนได้ไปในตัว ทำไมน้ำมะนาวโซดาถึงทำให้เราผอมได้ สิ่งนี่น่าจะคาใจหลายๆ คนอยู่ไม่น้อย ก่อนจะว่าไปไกลถึงขนาดนั้น เราลองมาถามตัวเองก่อนดีกว่า ว่าที่ร่างกายของเราอ้วนเพราะอะไร? ความอ้วนนั้นก็เกิดขึ้นได้หลายสาเหตุ และหนึ่งในนั้นก็อาจจะเป็นเพราะ การทำงานของระบบย่อยอาหารของตัวเรามีปัญหา ทำให้ประสิทธิภาพในการดูดซึมสารอาหารของลำไส้ลดลงและถ้ามีอะไรที่ช่วยให้ระบบการดูดซึมอาหารนี้ดีขึ้น ก็อาจจะช่วยแก้ปัญหาเรื่องไขมันส่วนเกิน หรือว่าความอ้วนที่หลายคนกังวลไปได้โดยอัตโนมัติ แถมการดื่มมะนาวโซดานี้ ยังช่วยขับสารพิษออกจากลำไส้ได้ด้วย ลดน้ําหนักด้วยมะนาว เป็นอย่างไร.

ลดน้ําหนักด้วยมะนาว เป็นอย่างไร

 

ลดน้ําหนักด้วยมะนาว เป็นอย่างไร จากผลการวิจัยพบว่า ถึงเราจะชอบออกกำลังกาย เพื่อช่วยในการลดน้ำหนักแค่ไหน แต่ถ้าระบบย่อยอาหารของคนเราทำงานผิดปกติ เพราะลำไส้ไม่สามารถดูดซึมสารอาหารที่จำเป็นในการเผาผลาญไขมันได้ สุดท้ายก็จะกลายเป็นว่าทำไปเปล่าประโยชน์ เพราะไขมันเหล่านั้นกลายเป็นสารพิษตกค้างในร่างกาย และจากนั้นจะกลายเป็นปัญหาไขมันสะสม หรือเกิดเป็นความอ้วนที่ใครๆ กลัว แต่การกินมะนาว จะเป็นตัวช่วยให้ระบบการย่อยอาหารของเราค่อยๆ ปรับสภาพให้ดีขึ้น และยังเป็นการช่วยสกัดสารพิษได้เป็นอย่างดีด้วย เนื่องจากในมะนาว อุดมไปด้วยกรดไซตริก 7-8 % ถือว่าสูงที่สุดในบรรดาผลไม้ทุกๆ ประเภท ถ้าเราเอาน้ำมะนาวที่ว่านี้ มาผสมรวมกับกรดอื่นๆ ที่ปราศจากน้ำตาลแล้วล่ะก็ มันจะยิ่งช่วยกระตุ้นให้ ระบบน้ำย่อยในกระเพาะอาหารทำงานได้ดียิ่งขึ้น
แต่ถึงอย่างไรก็ตาม น้ำมะนาวโซดา ก็ใช่ว่าจะเหมาะสำหรับทุกคน โดยเฉพาะคนที่เป็นโรคกระเพาะอาหาร หรือกรดไหลย้อน ก็ไม่สมควรจะดื่มน้ำมนาวแบบนี้ เพราะ ทั้งโซดาและมะนาวมีฤทธิ์เป็นกรดทั้งคู่ แน่นอนว่าช่วยในการย่อยอาหารดี แต่คนที่มีแผลในกระเพาะอยู่แล้ว หากดื่มเข้าไปอาจระคายทางเดินอาหารได้ และจะเกิดอาการปวดท้องมากขึ้น เพราะกระเพาะจะยิ่งมีฤทธ์เป็นกรด ส่วนธรรมดาคนทั่วๆ ไปที่ไม่ได้เป็นโรคกระเพาะอาหาร หรือว่ากรดไหลย้อน ก็ต้องระวังอย่าดื่มขณะท้องว่าง หรือดื่มบ่อยๆ มิฉะนั้นก็มีความเสี่ยงที่จะเป็นโรคกระเพาะได้เช่นเดียวกัน

 

วิธีทำน้ำมะนาว โซดา

มะนาว 1 ลูก
โซดา 1 ขวด
นำน้ำมะนาวคั้นเอาเฉพาะน้ำ ผสมโซดาแล้วดื่ม ส่วนใหญ่สูตรลดน้ำหนัก ลดน้ําหนักด้วยมะนาว เป็นอย่างไร ล้างพิษ จะแนะนำให้ดื่มตอนเช้า ทั้งนี้เพื่อกระตุ้นให้ลำไส้บีบตัว เกิดความรู้สึกอยากถ่าย อยากเข้าห้องน้ำ และนั่นก็คือการขับล้างสารพิษในร่างกาย ซึ่งก็คือการ ดีท็อกซ์ อย่างที่เป็นกระแสกัน

 

ส่วนข่าวที่บอกว่า การดื่มน้ำมะนาวโซดาโดยใช้ มะนาว 2 ลูก + โซดา 1 ขวด สามารถรักษาโรคมะเร็งได้นั้น นพ.กฤษดา ศิรามพุช ผู้อำนวยการศูนย์เวชศาสตร์อายุวัฒนะนานาชาติ กล่าวว่า ปรากฏว่ายังไม่มีผลการวิจัย ว่า น้ำมะะนาวโซดาที่ว่า มีคุณสมบัติรักษามะเร็งให้หายได้เพียงแต่คุณสมบัติของมะนาว คือมีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระโดยเฉพาะจากเซลล์มะเร็งได้ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นฤทธิ์ของมันก็ไม่เหมือนกับเคมีบำบัดแน่นอน เพราะไม่เช่นนั้นมหาวิทยาลัยแพทย์คงใช้กันทุกที่ไปแล้ว
การดื่มน้ำมะนาวเพื่อการล้างสารพิษในร่างกาย หรือเพื่อช่วยให้ผอม ก็ดีสุขภาพของเราจริงๆ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ก็ควรเลือกดื่มน้ำมะนาวโซดาให้อยู่ในระดับที่ไม่มากจนเกินไป ถึงแม้ว่ามันจะดีแค่ไหน แต่ถ้ากินมากเกินไป โดยไม่คิดไตร่ตรองให้ดีก่อน ก็อาจจะส่งผลเสียให้กับร่างกายในอนาคต ควรสังเกตอาการ ของร่างกายตัวเอง ทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ ออกกำลังกายสม่ำเสมอ และลองทานมะนาวโซดาร่วมด้วยดู ถ้าเกิดว่าเกิดอาการปวดท้อง และรู้สึกไม่ดี ก็ให้หยุดทันที เพราะนั่นแปลว่าเรากำลังทำร้ายร่างกายตัวเองอยู่แล้วล่ะคะ ลดน้ําหนักด้วยมะนาว เป็นอย่างไร.

 

ฉีดหน้าเรียว โบท็อกซ์ botox 7 ข้อควรระวังในการฉีดโบท็อกซ์ หน้าเรียว

ฉีดหน้าเรียว โบท็อกซ์ botox 7 ข้อควรระวังในการฉีดโบท็อกซ์ หน้าเรียว

การฉีด โบท็อกซ์ เพื่อให้หน้าเรียวนั้นมักจะมีอาการข้างเคียงคล้ายๆ กัน ที่เราได้รวบรวมมาจากประสบการณ์ ของหลายๆคนซึ่งส่วนมากแล้วจะมีอาการเหมือนๆ กันดังนี้ ฉีดหน้าเรียว โบท็อกซ์ botox

ฉีดหน้าเรียว โบท็อกซ์ botox

 

ฉีดหน้าเรียว โบท็อกซ์ botox ปวดกราม ผู้รับการฉีดโบท็อกซ์หลายคนจะปวดกรามบ่อยและกล้ามเนื้อที่มุมกรามมักจะฝ่อตัวลง
เคี้ยวอาหารได้ลำบากมากขึ้นโดยเฉพาะที่มีความยืดหยุ่น แข็ง หรือมีความเหนียวสูง เพราะกล้ามเนื้อบริเวณกรามที่ได้รับการฉีดสารโบท็อกซ์นั้นจะขยับได้หนืดขึ้นทำให้เคี้ยวอาหารได้ลำบากมากขึ้น
ข้อต่อระหว่าขากรรไกรหลวม เวลาอ้าปากกว้างๆ จะรู้สึกกึกๆ ที่ข้อต่อขากรรไกร บางคนอาจรู้สึกปวดกล้ามเนื้อบริเวณขากรรไกรบ้างเป็นบางครั้งเพราะขากรรไกรไม่แข็งแรงเท่าเดิม
หน้าไม่ได้สมดุล บางคนอาจจะพบว่าใบหน้า ซ้าย ขวา นั้นไม่เท่ากันนั่นเกิดจากนิสัยการเคี้ยวอาหารของผู้รับการฉีด โบท็อกซ์ หากเคี้ยวอาหารเพียงข้างเดียวจะทำให้กล้ามเนื้อฝั่งที่เคี้ยวโตกว่าฝั่งที่ไมได้เคี้ยว
ยิ้มแล้วปากเบี้ยว ข้อนี้เกิดจากความไม่ชำนาญของแพทย์ที่อาจจะฉีดให้ไม่ตรงตำแหน่ง
แก้มหย่อนคล้อย มักเกิดขึ้นกับผู้ที่มีไขมันสะสมบริเวณแก้มเยอะ ฉีดหน้าเรียว โบท็อกซ์ botox เมื่อกล้ามเนื้อบริเวณกรามที่ฉีด โบท็อกซ์ นั้นเล็กลงแต่แก้มไม่ได้เล็กลงด้วยจึงทำให้แก้มหย่อนลง
หนังตาตก หางคิ้วกระดก หน้าผากตกและตึง เกิดจากสาร โบท็อกซ์กระจายตัวไปยังกล้ามเนื้อส่วนอื่นที่ไม่เกี่ยวข้องสาเหตุเกิดจากการนอนราบหรือตะแคงภายในระยะเวลา 3 ชั่วโมงแรก หรือ การเอามือไปบีบนวดบริเวณที่ฉีด
ทั้งหมดนี้เป็นเพียง 7ข้อควรระวังในการฉีดโบท็อกซ์ หน้าเรียว ซึ่งอาจมีข้ออื่นๆอีกแล้วแต่พฤติกรรมของผู้รับการฉีด

ข้อห้ามในการฉีด โบ ท็อกซ์ (Botox)

คนที่มีปัญหาแพ้โบ ท็อกซ์ (Botox) หรือ โปรตีนอัลบูมิน
คนที่ตั้งครรภ์ หรือให้นมบุตร
คนที่มีความผิดปกติของระบบกล้ามเนื้ออยู่แล้ว เช่น มัยแอสทีเนีย myasthenia gravis หรือโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรงอื่น
คนที่เลือดออกง่ายผิดปกติ
ยาบางตัวมีผลต่อโบ ท็อกซ์ (Botox) เช่นยากลุ่มยาแอนติไบโอติกส์ ควินิน ฯลฯ

คำแนะนำหลังฉีด โบ ท็อกซ์ (Botox)

ภายหลังฉีด โบ ท็อกซ์ (Botox) ควรอยู่ในท่านั่ง หรือยืนประมาณ 4 ชม. เพื่อกันการไหลของยาไปที่อื่น
อาจมีจ้ำเลือดเล็กๆไม่ต้องทำอะไร เดี๋ยวจะค่อยๆหายไปเอง
ไม่ควรอบซาวน่า, ทำเลเซอร์ หรือ ให้หน้าโดนความร้อนประมาณ 1 สัปดาห์ ไม่อย่างนั้น โบ ท็อกซ์ (Botox) จะสลายก่อนจะออกฤทธิ์เต็มที่
ห้ามนวดหน้าแรงๆ หรือ ทำทรีตเม้นท์ด้วยเครื่องที่เกี่ยวกับการผลักยา 2 สัปดาห์ เพราะอาจจะผลักโบท็อกซ์ (Botox) ให้ลงไปลึกเกินกว่าที่ต้องการ ทำให้เกิดผลข้างเคียงร้ายแรงได้ เช่น หนังตาตก เป็นต้น
อาจมีอาการตึงหนักหน้าใน 3-4 วันเป็นปกติ ไม่ต้องกังวล อาการจะหายไปใน 1-2 สัปดาห์

การฉีด โบท็อกซ์ (Botox) หรือ โบทูลินั่ม ท็อกซิน จำนวนมาก ในต่างประเทศ พบว่าไม่มีอันตรายถึงชีวิต เมื่อใช้โดยผู้เชี่ยวชาญและใช้ฉีดเพื่อความสวยงาม ผลข้างเคียงส่วนมากที่เกิดขึ้นมักเป็นแบบเฉพาะที่

ปวดกรามคือ มักมีอาการปวดกรามอยู่บ่อยๆ และกล้ามเนื้อมุมกราม จะฝ่อตัวลงอย่างเห็นได้ชัด
เคี้ยวอาหารได้ลำบากมากขึ้นโดยเฉพาะอาหารที่มีความยืดหยุ่น แข็ง หรือมีความเหนียวสูง
ข้อต่อระหว่างขากรรไกรหลวมเวลาอ้าปากกว้างๆ แล้วหุบปากเข้าจะรู้สึกกึกๆที่ข้อต่อขากรรไกร คุณสาวๆ บางคนอาจรู้สึกปวดกล้ามเนื้อ ในบริเวณขากรรไกรบ้างเป็นบางครั้ง เพราะขากรรไกร ที่ทำหน้าที่ยึดข้อต่อ ไม่แข็งแรงเท่าเดิม
หน้าไม่ได้สมดุลสำหรับคุณสาวๆ บางคนเมื่อทำการฉีดสารโบท็อกซ์ไปได้สักพัก จะพบว่า ใบหน้าซ้ายขวาไม่เท่ากัน ซึ่งเกิดขึ้นเพราะ เวลาที่เคี้ยวหารที่อาหารที่เหนียวๆ หรือแข็งๆ มัดกล้ามเนื้อในบริเวณกราม ก็จะขยายตัวโตขึ้นตามไปด้วย ถ้าหากคุณสาวๆ ชอบเคี้ยวอาหารเพียงข้างเดียวบ่อยๆ ก็จะทำให้มัดกล้ามเนื้อที่โตขึ้นมากกว่าอีกข้าง จนเกิดความเสียสมดุลของรูปหน้าในที่สุด
ยิ้มแล้วปากเบี้ยวส่วนใหญ่เกิดขึ้นจาก การฉีดโบท็อกซ์ (Botox) ผิดตำแหน่ง โดยแพทย์ที่ไม่ชำนาญ
แก้มหย่อนคล้อยมักเกิดขึ้นกับคุณสาวๆ ที่มีไขมันที่สะสมอยู่บริเวณแก้มเยอะ เมื่อทำการฉีดโบท็อกซ์ (Botox) เข้าไปในบริเวณกราม กล้ามเนื้อกรามจะเล็กลง แต่ไขมันที่แก้ม และข้างๆ มุมปากไม่ได้เล็กลงตามไปด้วย ทำให้แก้มดูหย่อนคล้อยลงมา
หนังตาตกหางคิ้วกระดก หน้าผากตกและตึง ผลข้างเคียงที่เกิดขึ้น โดยส่วนใหญ่ เกิดจากการที่โบท็อกซ์ (Botox) กระจายตัวไปยังกล้ามเนื้อมัดอื่น ที่ไม่ใช่เป้าหมาย ในการฉีดเพื่อทำให้หน้าเรียว ซึ่งอาจเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ อาทิเช่น คุณสาวๆ เกิดไปนอนราบภายในระยะเวลา 3 ชั่วโมง หรือทำการบีบนวดบริเวณที่ทำการฉีดหลังจากการฉีดโบท็อกซ์ (Botox) ใหม่ๆ เพราะจะทำให้โบท็อกซ์ (Botox) เกิดการไหลย้อน หรือไหลไปยังมัดกล้ามเนื้ออื่นๆ ที่ไม่เกี่ยวข้องได้
รู้สึกหน้าแข็งไปทั้งหน้าใบหน้าจะรู้สึกตึงและขยับ บังคับกล้ามเนื้อบนใบหน้าไม่ได้ดังใจ อาการเหล่านี้ จะค่อยๆ หายไปภายใน 1-2 สัปดาห์
ใบหน้าบางส่วนเป็นอัมพาธทำให้ใบหน้าดูไร้อารมณ์ ไม่สามารถดูออกได้ว่า กำลังดีใจหรือโกรธอยู่ ซึ่งจะเป็นอาการชั่วคราวไม่ถาวร และจะค่อยๆ หายไปตามระยะเวลา
เกิดการแพ้ตัวยาทำให้เกิดอาการอ่อนเพลีย มีไข้ต่ำๆ ปวดหัวเล็กน้อย คลื่นไส้ อาเจียน คลื่นไส้ หรือผื่นคัน ในบริเวณที่ทำการฉีด เป็นต้น
หน้าเรียวขึ้นเพียงไม่กี่เดือนก็กลับไปเป็นเหมือนเดิมโดยปกติแล้ว โบท็อกซ์ (Botox) จะออกฤทธิ์ช่วยทำให้ใบหน้าเรียว อยู่ประมาณ 3-6 เดือน หลังจากนั้น สามารถทำการฉีดซ้ำได้ เพื่อรักษาโครงหน้าให้ยังคงเรียวเข้ารูปเอาไว้ แต่สำหรับบางคนที่เลือกฉีดโบท็อกซ์ (Botox) ที่เป็นของปลอม หรือด้อยคุณภาพ นอกจากฤทธิ์ของสารจะไม่คงอยู่ยาวนานเหมือนปกติ ทั้งยังเป็นอันตรายต่อหน้าสวยๆ หล่อๆด้วยนะคะ ฉีดหน้าเรียว โบท็อกซ์ botox.

 

ดั้งโด่งการใส่จะต้องได้ตำแหน่งที่ถูกต้อง ฝั่งที่มีความนูนจะต้องอยู่กึ่งกลางพอดี

ดั้งโด่งรูปทรงหยดน้ำ Shaped Implants
โดยผิวของซิลิโคนซิลิโคนที่นิยมใช้เวลาเสริมหน้าอกจะมีเปลือกหุ้มเป็นผิวสองแบบผิวเรียบ(smooth)ผิวขรุขระหรือที่ชอบเรียกว่าผิวทราย (Textured)
วิธีการผ่าตัดเสริมหน้าอก
Periareola (ผ่าตัดบริเวณปานนม)
1. ต้องมีการผ่าตัดผ่านเนื้อเต้านม ทำให้อาจมีอาการชาของหัวนมได้ และอาจจะหมดความรูสึกในส่วนนี้ไป
2. เทคนิคนี้ขนาดหัวนมต้องมีขนาดใหญ่พอ
3. เหมาะกับบางรายที่มีผิวหนังที่ยืดหยุ่นได้ดีและหนาพอ ไม่เหมาะกับคนที่มีผิวบางเกินไปรวมไปถึงการใส่ซิลิโคนที่ใหญ่เกินไป
4. ในคนเอเชียบริเวณขอบปานนมจะไม่เป็นที่นิยมเพราะจะเห็นแผลเป็นค่อนข้างชัด จะใช้วิธีซ่อนแผลรอบปานนม
Transaxillary (ผ่าตัดบริเวณรักแร้) ดั้งโด่ง.

ดั้งโด่ง
1. บาดแผลจะซ่อนอยู่ทางใต้รักแร้ไปตามรอยพับของผิวหนัง ข้อดีคือ สามารถซ่อนแผลเป็นได้ง่ายแผลบริเวณนี้
มักใช้ในกรณีที่ไม่ต้องการให้มีแผลบริเวณเต้านมเลย
2. แต่ระยะทางจากรักแร้ถึงทรวงอกนั้นค่อนข้างไกล การเลาะพังผืด เนื้อเยื่อเพื่อใส่ซิลิโคนก็อาจทำให้เกิดการบอบช้ำได้มากกว่า
3. วิธีนี้ไม่เหมาะกับการใส่ซิลิโคนชนิดหยดน้ำที่ต้องจัดให้อยู่ในตำแหน่งที่ถูกต้อง เพราะลักษณะซิลิโคนที่ไม่สมมาตร
การใส่จะต้องได้ตำแหน่งที่ถูกต้อง ฝั่งที่มีความนูนจะต้องอยู่กึ่งกลางพอดี
4. ข้อเสียคือ มีโอกาสที่เต้านมซิลิโคนจะเคลื่อนขึ้นสูงกว่าปกติได้
5. ปัจจุบันมีเทคนิคใส่ซิลิโคนโดยใช้กล้องสอดมาช่วย ดั้งโด่ง
Inframammary (ผ่าตัดบริเวณใต้ราวนม)
1. แผลผ่าตัดจะอยู่บริเวณส่วนที่ต่ำสุดของเต้านม โดยจะซ่อนอยู่ในขอบชั้นใน เหมาะกับคนที่ชอบใส่เสื้อแขนกุด
2. แพทย์สามารถจัดตำแหน่งของเต้านมที่เสริมและห้ามเลือดระหว่างผ่าตัดได้ เหมาะกับการเสริมเต้านมแบบทรงหยดน้ำ ทั้งนี้จะมีความบอบช้ำน้อย
แผลโดยมากจะอยู่ในรอยพับระหว่าง เต้านมกับทรวงอกจึงมองแผลไม่เห็นชัด
3. ข้อเสียคือจะมีแผลเป็นบริเวณหน้าอกซึ่งบางคนอาจจะไม่ชอบหรือกังวลใจ เรื่องเห็นแผลได้ง่ายในเวลานอนหงาย
Cohesive Gel Silicone คืออะไร ?
ปัจจุบันได้มีการเสริมหน้าอก (ทำนม) ด้วยซิลิโคนเจล Cohesive gel บางคนก็เรียกว่า Memory gel บ้างก็เรียกว่า Gummy bear gel เพราะความหมายที่สื่อออกมาก็คือ Gel ชนิด นี้มันคงรูปร่างหรือรูปทรงไม่เปลี่ยนแปลง เป็นที่นิยมมากกว่าถุงน้ำเหลือที่มีโอกาสรั่วซึม เพราะเมื่อเสื่อม Cohesive Gel จะไม่รั่วไหลออกมาสู่ร่างกาย และยังได้รับการรับรองจาก FDA แล้วว่าไม่เป็นอันตรายปลอดภัย
รูปแบบของซิลิโคนมีแบบไหนบ้าง ?
รูปทรงกลม Round Implant

สักคิ้ว 3 มิติ สักคิ้วส่วนใหญ่แล้วช่างคิ้วก็จะให้บริการอื่นๆ

สักคิ้ว 3 มิติส่วนใหญ่แล้วช่างคิ้วก็จะให้บริการอื่นๆที่เกี่ยวข้องกันอีกด้วย เช่นการสักขอบตา บน-ล่าง การสักริมฝีปากชมพู สักหัวนมชมพู เป็นต้น

การสักคิ้วนั้นต่างกับการเสริมสวยตามร้านทำผมหรือร้านเสริมสวยทั่วๆไป เพราะการสักคิ้วที่ดีต้องใช้ผู้เชี่ยวชาญหรือช่างสักคิ้วมืออาชีพโดยเฉพาะ เพราะการสักคิ้วแต่ละครั้งจะอยู่บนใบหน้าตลอดไป หรือระยะเวลานาน หากเป็นที่ไม่พอใจก็ยากต่อการแก้ไข การสักคิ้วในสมัยก่อนจะใช้สีที่มาจากจีนซึ่งอยู่ทนทานเป็นสิบๆปี แต่ช่างสักคิ้วมืออาชีพสมัยใหม่จะใช้สีนาโนแบบทันสมัย ซึ่งจะค่อยๆจางลงในระยะเวลา 2-3 ปี ทำให้สะดวกต่อการเปลี่ยนทรงคิ้วตามกระแสแฟชั่น และปรับทรงให้เหมาะสมกับใบหน้าที่เปลี่ยนไปตามอายุสักคิ้ว 3 มิติ.

สักคิ้ว 3 มิติ

สักคิ้วมีกี่แบบ อะไรบ้าง?

หากคุณกำลังสนใจ หรือมองหาร้านสักคิ้ว คุณอาจได้ยินคำศัพท์หลายๆคำเกี่ยวกับการสักคิ้ว เช่น สไลด์คิ้ว, สักคิ้วเกาหลี, คิ้วสามมิติ, คิ้วหกมิติ เรามาดูกันว่า การสักคิ้วโดยทั่วไปมีกี่แบบ อะไรบ้าง สักคิ้ว 3 มิติ

สไลด์คิ้ว คือการสักคิ้วโดยใช้เครื่องสักคิ้วผลักเม็ดสีเข้าไปในชั้นผิวหนัง ลักษณะจะเหมือนการเขียนคิ้วหรือระบายคิ้ว ถ้าเป็นสไลด์คิ้วแบบเกาหลี ก็จะเป็นการสักให้คิ้วออกมาแนวเบาๆ ฟุ้งๆ ไม่เข้ม ดูเป็นคิ้วธรรมชาติ
คิ้ว 3 มิติ คือการสักคิ้วโดยใช้เครื่องสักคิ้ว หรือใบมีด ทำให้เกิดแผลเล็กๆเป็นเส้น เหมือนกับขนคิ้ว ให้เม็ดสีเข้าไปในชั้นผิวหนัง ทำให้เกิดลายเส้นคิ้วเลียนแบบคิ้วธรรมชาติ
คิ้ว 6 มิติ คือการสักคิ้วโดยใช้เครื่องสักคิ้ว หรือใบมีดเช่นเดียวกันกับการสักคิ้ว 3 มิติ แต่การสักคิ้ว 6 มิติจะมีความละเอียดของลายเสันมากกว่าและใช้ความชำนาญมากกว่าการสักคิ้ว 3 มิติ
สักคิ้วแบบผสม คือการสักคิ้วโดยการสไลด์คิ้ว ผสมกับการสักคิ้วลายเส้นสักคิ้ว 3 มิติ

การสักคิ้ว ทำกันอย่างไร?

ก่อนอื่น สำคัญที่สุดก็คือ คุณต้องเลือกช่างสักคิ้วที่เชื่อถือได้เท่านั้น โดยพิจารณาจากผลงานที่ผ่านมา ความละเอียด ความรับผิดชอบ และเป็นสไตล์ตามที่คุณชอบหรือต้องการ หากมีข้อมูลทางอินเตอร์เน๊ตหรือโซเชียลมีเดีย ให้มั่นใจว่าเป็นผลงานจริงของร้านนั้น.

ครีมกระชับรูขุมขน 5 เทคนิคช่วยกระชับรูขุมขนให้กับใบหน้า

ครีมกระชับรูขุมขน  5 เทคนิคช่วยกระชับรูขุมขนให้กับใบหน้า
ปัญหารูขุมขนกว้างเป็นปัญหาโลกแตกมากๆเลยก็ว่าได้นะคะ สำหรับสาวๆทั่วโลก ไม่ใช่แค่ที่ไทยเท่านั้น และมันเป็นปัญหาที่แก้ไขยากมาก บางคนหันไปพึ่งเทคโนโลยีทางการแพทย์อย่างการเลเซอร์หรือการฉีดวิตามินบำรุงผิวแต่จะไปทำแต่ละครั้งก็หวาดเสียวทุกครั้งเพราะมันต้องเจ็บและต้องใช้เวลาในการรักษาตัว แถมมาด้วยอาการผิวบางลง ระคายเคืองและแพ้ง่าย ดังนั้นถ้าไม่อยากเจ็บตัวลองมาดูเทคนิคดีๆที่จะช่วยให้สาวๆมีรูขุมขนละเอียดขึ้นกันดีกว่าค่ะ ครีมกระชับรูขุมขน 

ครีมกระชับรูขุมขน

 

ครีมกระชับรูขุมขน  1 ล้างหน้าด้วยน้ำอุณหภูมิห้องทุกวัน

แต่ไม่ควรล้างหน้าบ่อยจนเกินไป กางล้างหน้าที่เหมาะสมควรทำเพียง 2 ครั้งเท่านั้น ตอนเช้าตื่นนอน และตอนกลางคืนในช่วงเวลาชำระล้างร่างกาย การล้างหน้านั้นจะช่วยล้างคราบสิ่งสกปรกที่อุดตันอยู่ในรูขุมขนออกไป ซึ่งเป็นการช่วยกระชับรูขุมขนของคุณให้เล็กลงได้

2 ประคบก้อนน้ำแข็งบนใบหน้า

Advertisement

Pore (1)

โดยการนำก้อนน้ำแข็งถูเบาๆ ไปตามบริเวณที่รูขุมขนกว้าง ประมาณ 15-30 วินาที จะช่วยทำให้รูขุมขนกระชับแล้วเล็กลง อีกทั้งยังเรียกความชุ่มชื้นให้กับผิวหน้าได้อีกด้วย ทำประจำทุกเช้าได้ยิ่งดีค่ะ

3 เบคกิ้งโซดา

Pore (1)

เมคอัพอาร์สติส มืออาชีพเคยบอกไว้ว่า เบคกิ้งโซดาช่วยในการกระชับรูขุมขนบนใบหน้าได้ ครีมกระชับรูขุมขน  พร้อมยังต่อต้านการเกิดสิวสำหรับสูตรการใช้เบคกิ้งโซดานั้นไม่ยาก คือ ผสมเบคกิ้งโซดาประมาณ 2 ช้อนโต๊ะ กับน้ำอุ่นประมาณ 2 ช้อนโต๊ะ จากนั้นนำส่วนผสมที่ได้ทาลงบนผิวที่มีปัญหารูขุมขนกว้าง แล้วนวดให้เป็นวลกลมอย่างเบาๆ ประมาณ 30 วินาที แล้วล่างออกด้วยน้ำเย็น ทำเป็นประจำทุกคืน ประมาณ 5-7 วัน ต่อสัปดาห์หลังจากนั้น จึงค่อยๆ ลดปริมาณลงให้เหลือเพียง 3-5 ครั้งต่อสัปดาห์…แต่แอบเตือนนะคะ สำหรับคนที่มีผิวที่บอบบาง ควรใช้เบคกิ้งโซดาอย่างระมัดระวัง เพราะอาจทำให้เกิดความระคายเคืองต่อผิวได้

4 ผ้าขนหนูแช่น้ำผลไม้รสเปรี้ยว

Pore (2)

นำผ้าขนหนูผืนเล็กๆ ที่ใช้เช็ดหน้า แช่ในน้ำมะนาว และน้ำสับปะรด หรือนำน้ำผลไม้ทั้งสองชนิดบีบลงผ้าที่เตรียมไว้ ให้พอชื้นๆ ได้เช่นกัน จากนั้นให้นำผ้าขนหนู วางทาบลงไปบนใบหน้า ทิ้งเอาไว้ประมาณ 1 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำอุณหภูมิห้อง ซึ่งมีน้ำมะนาวและน้ำสับปะรด เขามีเอนไซม์ธรรมชาติที่มีคุณสมบัติในการช่วยกระชับให้ผิวเต่งตึง และช่วยทำให้รูขุมขนหดตัวเล็กลง

5 มาส์กหน้าด้วยโยเกิร์ต

Natural homemade organic facial masks of honey. Isolated.

โยเกิร์ตรสธรรมชาติจะมีกรดแลคติกและโปไบโอติก ซึ่งมีคุณสมับติในการต่อต้านเชื้อแบคทีเรียที่ทำให้เกิดสิวขึ้นบนใบหน้า และยังช่วยลดการขยายขนาดของรูขุมขน ซึ่งวิธีการกระชับรูขุมขนด้วยโยเกิร์ตนั้นก็แสนจะง่ายดาย เพียงแค่นำโยเกิร์ตรสธรรมชาติ ไม่ต้องผสมกับอะไรทั้งนั้น ทาบางๆ ให้ทั่วใบหน้า ทิ้งเอาไว้ประมาณ 5-10 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาด เพียงสัปดาห์ละครั้งเท่านั้นก็สามารถสวยได้และให้ผลพอๆกับครีมหน้าขาวที่สาวๆใช้กันทุกวันนี้เลยล่ะ ครีมกระชับรูขุมขน.

เสริมนมข้อด้อยตัวเองภาษาไม่แข็งแรงเลย ทำให้ต้องยอมรับข้อด้อยมากๆ

เสริมนมศัลยกรรมแก้ไขหน้าอกหย่อนคล้อย
เมื่อเวลาผ่านไปอายุมากขึ้น มีการตั้งครรภ์และให้นมบุตร การเจ็บป่วย การลดน้ำหนักที่เร็วและฮวบฮาบ การใส่ชุดชั้นในไม่ถูกวิธี การห่อไหล่จนเป็นนิสัย ก็มักทำให้หน้าอกหน้าใจเราโดนแรงโน้มถ่วง ถ่วงจนย้อยลงไปตามวัย การหย่อนคล้อยมักจะมีระดับการหย่อนคล้อย หากหย่อนคล้อยไม่มาก ก็สามารถผ่าตัดเพิ่มขนาดหน้าอกให้กลับมาดูเต่งตึงขึ้นได้ หากมีระดับหย่อนคล้อยที่มากอาจจะต้องผ่าตัดเริ่มตั้งแต่ยกเนื้อตรงยอดหัวนม เพื่อปรับเนื้อส่วนเกินให้พอดี และ แก้ไขโครงสร้างของผนังหน้าอกด้านในดังกล่าว เพื่อให้เนื้อหน้าอก และ หัวนมถูกยกให้เชิดขึ้นมาในระดับที่พอดี เหมาะสม เสริมนม.

APR
19
การดูแลตัวเอง หลังการผ่าตัดเสริมหน้าอก

ก่อนทำนมต้องคิดถึงอะไรบ้างสำหรับการศัลยกรรมหน้าอกประเทศเกาหลี

1. อายุ
คุณหมอบอกว่าทางที่ดีรอซัก 20 – 22 ปีขึ้นไปค่อยมากทำดีกว่า น้อยกว่านี้การตัดสินใจอาจจะยังไม่ดีพอ เพราะเต้านมจะขยายเติบโตได้สุดๆประมาณ 20 ขวบ ถ้าประมาณ 22 ปี จะดีมากเพราะร่างกายจะเจริญเติบโตเต็มที่แล้ว
2. คุณหมอที่จะฝากชีวิตหน้าอกไว้
นอกจากโรงพยาบาลที่น่าเชื่อถือ มีมาตราฐานมากที่เราต้องนำมาคิดตรงจุดนี้ คุณหมอสำคัญมากมากมากมากมากมากที่สุด ให้อันดับ 1 เลยในการเริ่มคิดว่าจะทำหน้าอก ต้องเป็นคุณหมอคนนี้เท่านั้น คนนี้ต้องเป็นคนที่เราอาจจะเห็นผลงานผ่านตามาบ้าง ไม่มีก็ไปขอทางโรงพยาบาลที่คุณหมอคนนี้สังกัดอยู่ ต้องมีประสบการณ์มายาวนาน อย่างน้อยควร 5-8 ปีขึ้นไป 10 ปียิ่งดี และ ต้องจบเฉพาะทาง ควรถามข้อมูลจากผู้รู้ หรือ เอเจนซี่ศัลยกรรมที่น่าเชื่อถือ และ รู้จักวงการศัลยกรรมดีจริงๆ [จะรู้ได้ต้องฝึกตั้งคำถามให้เป็น ขอดูใบรับรอง และ สอบถามประวัติการทำงานของเขา อยากรู้อะไรยิงคำถามไป อย่าไปกลัว อย่าไปอาย ชีวิตเรา] เสริมนม คนที่เขาพูดแต่ความจริง เขาจะรู้สึกดี และ ยินดีที่จะมอบข้อมูลทั้งหมดที่เราสงสัยให้เราดู เพื่อสร้างความไว้วางใจ อย่าลืมว่าถ้าเราได้คุณหมอที่เก่งที่สุด ได้โรงพยาบาลที่น่าเชื่อถือที่สุด ต้องมีคนที่เราติดต่อได้หากเกิดปัญหา เพราะเราไปทำไกลบ้าน อย่างน้อยต้องเป็นอีเมลล์ หรือ รายชื่อผู้ที่อยู่ในโรงพยาบาล เช่น หัวหน้าแผนกศัลยกรรม เพื่อสอบถามข้อมูลที่เราต้องการ หากเกิดข้อสงสัยหลังทำ การทำศัลยกรรมต่างบ้านต่างเมืองแบบนี้ ภาษามันสำคัญมาก อย่างน้อยคนที่เราติดต่อ ต้องพูด อ่าน เขียน อังกฤษได้ หมอจะให้ดีเลือกที่ภาษาอังกฤษค่อนข้างดีก็จะดีกับตัวเรามาก มีอะไรก็ถามคุณหมอตรงๆไม่ต้องผ่านล่าม ของเอิ๊กฝากชีวิตไว้กับเอเจนซี่STMSTYLE และ คุณหมอ ข้อด้อยตัวเองภาษาไม่แข็งแรงเลย ทำให้ต้องยอมรับข้อด้อยมากๆอีกข้อ คือ รอคำตอบช้าหน่อย เพราะคุณหมอยุ่ง ต้องเอาภาษาไทยไปแปลงเป็นเกาหลี และ คุณหมอก็จะตอบเกาหลี มาแปลงเป็นภาษาไทย และ ถึงส่งกลับมา ระหว่างที่รอคุณหมอ เอิ๊กก็หาข้อมูลจากเว็บต่างประเทศรอไปก่อน อิอิ ยังไงก็แล้วแต่ตราบใดที่นมคู่ใหม่ยังอยู่กับเราซึ่งไม่รู้ว่าจะอยู่ 10 – 15 ปี หรือ ตลอดไป ในกรณีที่เราไม่ต้องการเอาออก คุณหมอคนนี้ก็ยังจะต้องอยู่คอยตอบคำถามและให้คำปรึกษาเราตลอด เพราะการทำศัลยกรรมหน้าอก “เชื่อหมอตัวเองเท่านั้น ถูกต้องที่สุด”
3. ข้อเสียของการทำหน้าอกที่ต้องยอมรับ
แน่นอนว่าข้อดี เราทราบอยู่แล้วละ หลายประการ ตอบสนองความต้องการที่จะมีไซส์ใหม่ของเรา หรือ ช่วยแก้เรื่องความหย่อนคล้อย บางคนก็มีปัญหาชีวิตคู่ บางคนสามีเคี่ยวเข็ญให้มาทำ [ สามีใจร้าย555แต่แลกกับการไม่นอกกาย ภรรยาหลายคนตามใจ ] ข้อเสียแน่นอนหลายคนกลัวเจ็บ แต่ขอบอกว่าเอิ๊กไม่รู้สึกเลย รถทับอะไรไม่ใช่เลย จะบอกว่าเลเซอร์ขนรักแร้เจ็บกว่า มันแค่ระบมวันเดียวแบบปวดเมนส์ ปวดรำคาญ แค่ย้ายจากปวดท้องมาปวดตรงหน้าอก และ รู้สึกอึดอัดช่วงแรก พร้อมกับการหายใจแล้วรู้สึกข้างในฟกช้ำเฉยๆ แต่สิ่งที่ต้องการให้ยอมรับนอกจากค่าใช้จ่ายที่สูงลิบ ก็ต้องทำความรู้จักสรีระตัวเองก่อน ถ้านมห่างมาก จะให้ชิดอาจจะยากมาก หรือ มองระยะยาว ถึงสุขภาพ ทำใหญ่มาก ปวด ไหล่ คอ หลัง และ ต้องยอมรับแผลเป็น ข้อเสียที่ต้องยอมรับสำหรับเอิ๊กคือแผลเนี่ยละ กำลังทำทุกวิธีทางให้มันจางไปมากที่สุด ซึ่งต้องรอประมาณ 1 ปี ถึงจะเริ่มเห็นสีของแผลจางไป เรื่องเสื้อผ้าที่ต้องใส่ระวังมากขึ้น ไม่มีนมใส่อะไรก็ดูน่ารัก พริ้วๆ พอมีก็ต้องระวังตัวเป็นผู้หญิงบางทีมันอันตราย เราจะโทษเพศตรงข้ามไม่ได้ มันเป็นสัญชาตญาณ หรือ ฮอร์โมนในสมองของเขา ที่จะต้องจับจ้อง ส่วนโค้งเว้าของผู้หญิงก่อน ความสวยงามของผู้หญิงแสดงออกได้หลายอย่าง ตั้งแต่กิริยา มารยาท การแสดงออก การพูดจา บางทีทำมาอยากจะเปิดเผยบ้างให้คุ้มค่าก็ทำได้ เพียงแต่ให้คำนึงถึงความปลอดภัย เป็นห่วงจากใจจริงๆค่ะ

เสริมหน้าอกวางแผนสำหรับการผ่าตัดการผ่าตัดควรจะพบแพทย์ที่มีความชำนาญ

เสริมหน้าอก วางแผนสำหรับการผ่าตัด
การผ่าตัดควรจะพบแพทย์ที่มีความชำนาญเพื่อให้แพทย์ที่มีความชำนาญเพื่อให้แพทย์ตรวจร่างกายของท่าน และสภาพเต้านมของท่าน ท่านสามารถจะคุยซักถาม และบอกความต้องการของท่านต่อแพทย์เพื่อแพทย์จะได้บอกรายละเอียดของการทำผ่าตัดของท่าน เสริมหน้าอก.

เสริมหน้าอก

4)ขนาดของถุงเต้านมเทียม (Size)
ขนาดของเต้านมเทียม แม้ว่าจะขึ้นอยู่กับความต้องการของคนไข้ก็ตาม แต่ที่สำคัญที่สุดคือ การประเมินจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญในการเลือกขนาดที่เหมาะสมและได้รูป

ค่าเปรียบเทียบช่วยให้สามารถเรียกขนาดของ
ถุงโดยประมาณเป็นซีซีได้ประมาณคร่าวๆ
1 cup     =     236 cc.
1/2cup     =    118 cc.
1/4 cup    =    59 cc.
1/3 cup    =    78 cc.

ขั้นตอนการผ่าตัดเสริมหน้าอก
การผ่าตัดเสริมหน้าอก ใช้ระยะเวลาผ่าตัดประมาณ 2-4 ชั่วโมง โดยให้คนไข้ดมยาสลบ เพื่อความสะดวกในการผ่าตัด หลังจากนั้นแพทย์จะ ผ่าตัดเปิดแผลที่รักแร้ ปานนม หรือใต้ราวนม แล้วแต่ว่าจะตกลงกับคนไข้ว่าอย่างไร โดยปัจจุบันนี้มักนิยมผ่าตัดเข้าทางรักแร้ มากที่สุด เนื่องจากสามารถหลีกเลี่ยงแผลบนเนินอกได้ดีกว่า เสริมหน้าอก
หลังจากนั้นแพทย์จะแหวกเนื้อเต้านมและกล้ามเนื้อแผงอกให้แยกออกจากกัน เป็นช่องกว้างขนาดพอเหมาะที่จะใส่ถุงซิลิโคน ที่เลือกเอาไว้ได้ เมื่อห้ามเลือดเรียบร้อยแล้ว แพทย์จึงจะค่อยๆใส่ ถุงนมเทียม เข้าไปทีละน้อยจนหมด เมื่อจัดรูปทรงเข้าที่แล้ว จึงเย็บแผลปิดด้วยไหมเล็กๆ จะเป็นไหมละลายหรือไม่ละลายก็ได้

การดูแลหลังผ่าตัด
1.ภายหลังผ่าตัดเสริมหน้าอกคนไข้จะได้พักฟื้นที่โรงพยาบาล 1 คืน เพื่อจะดูอาการหลังทำ โดยคนไข้จะได้รับยาแก้ปวด ยาแก้อักเสบ ยานอนหลับ หรือตามคำชี้แนะของแพทย์ เมื่ออาการคงที่แล้ว ก็สามารถกลับบ้านได้ และแพทย์จะ นัดมาตรวจหน้าอก ในอีกประมาณ 5 – 7 วันหลังจากทำ
2.หลังจากผ่าตัด ส่วนมากคนไข้จะมีอาการปวดระบมบริเวณหน้าอก และบริเวณรักแร้ทั้ง 2 ข้าง ประมาณ 2-3 วันหลังผ่าตัดเสร็จสิ้น โดยเฉพาะเวลายกแขนหลัง 3 วันไปแล้ว อาการปวดก็จะเบาบาง
3.เนื่องมาจากในขณะผ่าตัด คนไข้จะต้องดมยาสลบและต้องใส่ท่อเพื่อช่วยการหายใจ โดยเหตุนั้นหลังจากผ่าตัดเสร็จแล้ว คนไข้อาจจะมีอาการเจ็บคอบ้าง รวมไปถึงอาการคลื่นไส้ อาเจียนได้ โดยทั่ว ๆ ไปแล้วอาการคลื่นไส้อาเจียน จะดีขึ้นเป็นปกติเมื่อได้รับยาระงับอาการอาเจียน ส่วนเรื่องอาการเจ็บคอ ก็จะหายไปเองภายใน 1-2 วัน
4.ในวันแรกภายหลังผ่าตัด แพทย์จะเอาสายระบายน้ำเหลืองออก และแกะผ้าพันหน้าอกออกให้ และพันกลับไปใหม่ในลักษณะเหมือนเดิม บางท่านถ้าผ้ารัดหลุดหรือร่นลงมา แพทย์จะให้เปลี่ยน ใส่ชุดชั้นในที่เป็นแบบสปอร์ตบรา หรือชุดชั้นในแบบไม่มีโครง และที่สำคัญควรใส่ทั้งกลางวัน และกลางคืน ในช่วงสัปดาห์แรกหลังจากการผ่าตัดเสริมหน้าอก
5.จากนั้นแพทย์จะสอนเทคนิคการนวดหน้าอกให้คนไข้ทราบ เพื่อป้องกันการเกิดพังพืดหดรัดหลังการผ่าตัดโดยแนะนำให้คนไข้เริ่มนวดหน้าอก ในวันที่ 4 หรือ 5 ภายหลังผ่าตัดเสริมหน้าอก โดยให้นวดทุก ๆ 2 – 3 ชั่วโมง โดยวันละราวๆ 2 – 3 ครั้ง ระยะเวลาประมาณ 3 สัปดาห์ และหลังจากนั้นก็ให้นวดเพียงวันละ 1 – 2 ครั้งก็พอ และต้องทำอย่างติดต่อกัน อย่างน้อย 6 เดือนถึง 1 ปี เพื่อที่จะให้หน้าอกนั้นดูสวยยิ่งขึ้น และสามารถใส่ชุดชั้นในได้ตามเป็นปกติ ถ้าการนวดหน้าอกทำได้ดีเป็นปกติ อย่างไรก็ตามไม่แนะนำให้ใส่แบบมีโครง ในช่วง 1 เดือนแรกหลังจากผ่าตัด แต่ถ้ายังนวดได้ไม่ดีพอ ก็ไม่ควรที่จะใส่ยกทรงที่รัดแน่นเกินไปด้วย เสริมหน้าอก.

หน้าใสทําไง 10 เคล็ดลับหน้าใสไร้สิวฉบับผู้ชาย

หน้าใสทําไง  10 เคล็ดลับหน้าใสไร้สิวฉบับผู้ชาย

คุณกำลังประสบปัญหาเรื่องหน้าไม่ใสหรือสิวขึ้นใช่หรือไม่ ถ้าคุณเจอปัญหาเล่านี้มีทางแก้แล้วคับ เค้าวิจัยกันมาแล้วกว่า 80 % หน้าใสทําไง 

หน้าใสทําไง

หน้าใสทําไง  1.คุณจะต้องนอนไม่เกิน 4 ทุ่ม ให้นอนระหว่าง สามทุ่มถึงสามทุ่มครึ่ง ข้อแรกสำคัญ 2. กรุณาอย่าชัก…บ่อยติดต่อกัน (ลองเว้นระยะซัก 1 อาทิตย์ แล้วดูผล) 3.อย่าล้างหน้าบ่อย ให้ล้างวันละ 2 ครั้ง มากสุด 3 เพราะจะทำให้หน้าคุณบางลง เมื่อหน้าคุณบางหน้าคุณจะอ่อนแอ แพ้ง่ายทำให้เป็นสิวได้ง่าย แต่มีบางคนเค้าเถียงว่าถ้าไม่ล้างหน้า บ่อยๆจะทำให้หน้ามัน(สำหรับบางคนที่หน้ามันง่าย)แล้วสิวจะขึ้น มีวิธีแก้คือให้ใช้วิธีทาแป้งบ่อยๆคับหน้าคุณจะไม่มันแต่ถ้าคุณแพ้ แป้งละก็ให้ใช้ดินสอพองผสมกับน้ำมะนาว(ดีจริงขอบอก)โบ๊ะหน้าไว้ เพื่อไม่ให้หน้ามันแต่ถ้าแพ้อีกผมก็ไม่รู้จะทำไงแล้วแหละ 4.ควรออกกำลังกายด้วยวันละ 1 ครั้ง นานเท่าไหร่แล้วแต่แต่ขั้นต่ำ ไม่เกิน 30 นาที เมื่อคุณออกกำลังหายเสร็จ อย่าพึ่งล้างหน้าโดนเด็ดขาด ถ้าคุณล้าง หน้าเลยจะทำให้เกิดฝ้าขึ้นได้ เพราะหน้าคุณกำลังร้อนอยู่เจอน้ำเย็น จะทำให้ใบหน้าของคุณเสียได้และขึ้นฝ้า 5.ไม่ควรกินของมัน แต่สำหรับคนที่อดใจไม่ไหว มีวิธีแก้คับคุณกินน้ำตามเมื่อคุณกินของมันเสร็จกินมากๆจะช่วยได้คับ 6.กินน้ำเยอะๆ เยอะๆ นี่ไม่ได้หมายความว่า 7-8 แก้วนะคับ หน้าใสทําไง กินเมื่อฉี่ หรือ เยี๊ยวนั้นแหละ พอฉี่เสร็จก็ดื่มน้ำอย่างน้อย ครึ่งแก้วตามเสมอมันจะระบายของเสียออกจากร่างกายคุณและหน้าคุณจะใสไร้สิว 7. พยายามอย่าให้หน้าคุณโดนแดดแรงๆมากๆจะทำให้สิวขึ้น 8.คุณควรจะแยกผ้าใช้ เช่น ผ้าเช็ดหน้าก็ส่วนผ้าเช็ดหน้า ผ้าเช็ด ตัวก็ส่วนผ้าเช็ดตัว อย่างนี้เป็นต้น 9. อย่าพยายามให้หน้าคุณโดนฝุ่นผงเพราะจำทำให้คุณเป็นสิวหัว ช้างได้ 10. เสริมหล่อด้วยอาหารเสริมอย่างคอลลาเจนสำหรับผู้ชายโดยเฉพาะ (แนะนำยี่ห้อ Seoul Secret for Men) ที่ช่วยได้ เพราะมีส่วนประกอบของซิงค์ทำให้รอยสิวค่อยๆจางลง 11.ทำตาม 10 ข้อข้างบนได้หน้าคุณจะใสและไร้สิว หน้าใสทําไง.

หน้าเนียนใส วิธีบำรุงผิวหน้า ชายโดยเฉพาะ

หน้าเนียนใส  วิธีบำรุงผิวหน้า ชายโดยเฉพาะ

เกิดเป็นชายต้องดิบๆ เถื่อนๆ หากสำอางมากแสดงว่าไม่แมน… ความคิดเดิมๆเช่นนี้คงไม่มีอีกต่อไปแล้ว สมัยนี้ชายแท้ต่างก็หันมาดูแลตัวเองกันทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็นการฟิตหุ่นเสริมบุคลิกภาพ เลือกสรรเสื้อผ้าอาภรให้เข้ากับตัวเอง รวมถึงการดูแลผิวพรรณให้สุขภาพดี เป็นที่ต้องตาต้องใจสาวๆ (และเพศเดียวกัน) สำหรับในเรื่องของการบำรุงผิวหน้า ชายโดยเฉพาะ จะมีวิธีดูแลที่ต่างไปจากคุณผู้หญิง เนื่องจากสภาพผิวไม่เหมือนกัน วันนี้เรามาเรียนรู้กันว่า วิธีบำรุงผิวหน้า ชายที่ถูกต้อง เขาทำกันอย่างไร หน้าเนียนใส

หน้าเนียนใส

หน้าเนียนใส การบำรุงผิวหน้า ชายโดยเฉพาะ
1.อย่าล้างหน้าบ่อย แม้ผิวหน้าของคุณผู้ชายจะมีความทนทานกว่าสาวๆ แต่ก็ควรล้างหน้าเพียงวันละ 2 ครั้ง โดยล้างหน้าตอนตื่นนอนและอาบน้ำตอนเย็นไม่ควรล้างหน้าบ่อยครั้งเกินไป เพราะจะทำให้ผิวแห้ง ลอกได้ กรณีที่ผิวของคุณสกปรกจริงๆ เช่น หลังเล่นกีฬา ก็อาจล้างหน้าด้วยน้ำเปล่า เนื่องจากการล้างหน้ามากเกินไปอาจส่งผลกับผิวของคุณในระยะยาวได้
2.ใช้ครีมบำรุงสำหรับผู้ชาย ผิวหน้าของเพศชายและเพศหญิงมีความแตกต่างกัน จึงเกิดผลิตภัณฑ์บำรุงผิวหน้า ชายโดยเฉพาะ ยิ่งคนไหนหน้าแห้งมากๆจะยิ่งทำให้ผิวเสียได้ง่าย เนื่องจากผิวหน้าขาดน้ำมันช่วยหล่อเลี้ยงผิวตามธรรมชาติ รอยย่น รอยเหี่ยว ริ้วรอยต่างๆ จึงเกิดขึ้นง่าย ฉะนั้น จึงควรทาครีมบำรุงทุกวันหลังอาบน้ำ ซึ่งครีมบำรุงผิวหน้า ชายมีจำหน่ายทั่วไป แม้กระทั่งร้านสะดวกซื้อ
3.แก้ปัญหาสิวให้อยู่หมัด จะสังเกตเห็นว่าคุณผู้ชายส่วนใหญ่มักหนีไม่พ้นเรื่องสิว เพราะมีผิวมันเอื้อต่อการเป็นสิวได้ง่าย อย่างไรก็ดี ไม่ควรอย่างยิ่งที่จะทำการบีบสิวจนอักเสบ หรือล้างหน้าวันละหลายๆครั้งด้วยความเชื่อผิดๆ แต่ควรแก้ให้ตรงจุดด้วยการควบคุมความมันและขจัดสิ่งโสโครกที่มีความเสี่ยงต่อใบหน้า ไม่ว่าจะผ้าเช็ดหน้า ปลอกหมอน หรือมือก่อนที่จะสัมผัสใบหน้าต้องสะอาด อีกวิธีคือการล้างหน้าด้วยคลีนเซอร์อ่อนๆ เช้าเย็นเป็นประจำก็ช่วยลดปริมาณสิวได้
4.จัดการริ้วรอยด้วยวิตามินซี สำหรับหนุ่มๆ ที่ไม่ค่อยมีความรู้เรื่องการเลือก Skincare หรือ ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวพรรณ เอาเป็นว่าอย่างง่ายๆ สุด คือต้องมีวิตามินซี เพราะมีประสิทธิภาพในการต้านอนุมูลอิสระและมีประโยชน์กับผิวหนัง ช่วยลดริ้วรอยบนใบหน้า และทำให้ผิวเต่งตึงช่วยป้องกันอันตรายจากรังสียูวีของแสงแดด และช่วยให้เซลล์ผิวหนังได้ปรับสภาพคอลลาเจนซึ่งเป็นใยโปรตีนในหนังแท้ ทำให้ผิวดูสวยงาม
5.นวดหน้าและขัดหน้า บางคนได้ยินแบบนี้คงรู้สึกขึ้นมาทันทีว่าการนวดหน้า ขัดหน้ามันเป็นวิธีของคุณผู้หญิง แต่จริงๆแล้วสำหรับท่านชาย การล้างหน้าอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ หากต้องมีการนวดหน้าและขัดหน้า หรือทำทรีทเม้นต์บ้าง เพราะจะช่วยขจัดผิวที่ตายแล้วและทำความสะอาดขจัดสิ่งสกปรกที่สะสมอยู่บนผิวหน้า เพื่อให้ได้ผิวกระจ่างสดใสมากขึ้น
6.ทาครีมกันแดด แม้จะเป็นเพศที่แข็งแรงกำยำ แต่ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าแสงแดดสามารถทำร้ายผิวได้เหมือนกัน ดังนั้น การใช้ครีมกันแดดจึงเป็นเกราะป้องกันการเสื่อมสภาพของผิวหน้าที่ถูกทำร้ายจากรังสียูวี แม้จะไม่เห็นผลในเร็ววัน แต่ก็จะชัดเจนขึ้นในระยะยาว คุณผู้ชายบางคนถึงกับเป็นมะเร็งผิวหนังก็มี เนื่องจากไม่เคยใช้ครีมกันแดดหรือสวมเครื่องป้องกันแดด อย่างหมวก แว่นตา เป็นต้น
ชั้นผิวหนังของเพศชายจะหนากว่าเพศหญิง มีเส้นใยคอลลาเจนหนาแน่นกว่า จึงแข็งแรงกว่า ทำให้ไม่หย่อนยานง่ายอย่างเพศหญิงอีกทั้งฮอร์โมนเพศชายก็สร้างให้ต่อมไขมันที่ทำหน้าที่ได้ดีกว่าของเพศหญิง ผิวจึงดูชุ่มชื้นไม่หยาบกร้าน แต่หนุ่มๆก็อย่าชะล่าใจไป เพราะคุณอาจจะแก่ก่อนวัยได้ถ้าขาดการบำรุงผิวหน้าที่ถูกต้อง ดังนั้น จึงควรศึกษาและหันมาดูแลเอาใจใส่ด้วยวิธีบำรุงผิวหน้า ชายโดยเฉพาะกัน

 

 

วิธีการ ทำให้หน้าใสเนียนเรียบ ไร้สิวกวนใจ
หน้าของคุณเป็นสิวและแพ้ง่ายหรือเปล่า ถ้าคำตอบคือใช่ คุณก็มาถูกที่แล้ว! เพราะเรามีเทคนิคง่ายๆ ที่จะทำให้หน้าคุณใสเนียนเรียบ ไร้สิวมากวนใจอย่างที่ทุกคนใฝ่ฝัน มาเริ่มเรียนรู้วิธีการเหล่านี้เพื่อผิวที่ดีขึ้นกันดีกว่า
ขั้นตอน
ตั้งชื่อภาพ Get Clear, Smooth Skin Step 11
ล้างหน้าเป็นประจำทุกวันทั้งตอนเช้าและก่อนเข้านอน. ความสม่ำเสมอสำคัญมากเลยนะ เพื่อที่จะทำให้ผิวมีสุขภาพดี ดังนั้นเราจึงต้องหมั่นล้างหน้าของเราเป็นประจำทุกวัน
ล้างหน้าด้วยผลิตภัณฑ์ที่อ่อนโยนต่อผิว. ควรหลีกเลี่ยงการใช้สครับที่อาจรุนแรงเกินไป ผ้าเช็ดหน้าหรือใยบวบที่มีความกระด้างมาสัมผัสกับใบหน้า เพราะจะทำให้ผิวคุณระคายเคืองและทำให้เกิดรอยบนหน้าคุณได้ แต่ถ้าคุณต้องการขัดผิวหน้า ก็ควรใช้สบู่หรือผลิตภัณฑ์อื่นๆ ที่ทำขึ้นเพื่อการขัดหน้าโดยเฉพาะ
ใช้โทนเนอร์หรือผลิตภัณฑ์สำหรับเช็ดเครื่องสำอาง (ทางเลือกเสริม). ถ้าคุณเป็นคนผิวแห้ง ไม่ใช่ผิวผสมหรือผิวมัน คุณสามารถข้ามขั้นตอนนี้ได้ แต่สำหรับคนที่มีผิวผสมหรือผิวมัน คุณควรเลือกใช้โทนเนอร์ที่ปราศจากแอลกอฮอล์ และเหมาะสมกับสภาพผิวคุณมากที่สุด การใช้โทนเนอร์นั้นจะช่วยยกกระชับผิว ในขณะที่ช่วยกำจัดสิ่งสกปรกที่อยู่ในรูขุมขน
ให้ความชุ่มชื้นกับผิว. ถ้าคุณเป็นคนที่มีผิวค่อนไปทางมัน หน้าเนียนใส ควรเลือกใช้มอยส์เจอร์ไรเซอร์ที่เป็นครีมเข้มข้นในตอนกลางคืน แต่เลือกใช้มอยส์เจอร์ไรเซอร์ที่บางเบาหรือเป็นเจลในตอนกลางวันแทน และจะต้องทาทุกครั้งหลังจากล้างหน้าเสร็จ หรือทุกครั้งที่คุณรู้สึกว่าผิวขาดความชุ่มชื้น
เช็ดเครื่องสำอางออกให้สะอาดทุกคืน. เรารู้ๆ มันอาจจะเหนื่อยหน่อยที่จะทำแบบนี้ทุกคืน แต่ผลลัพธ์ที่ได้จะไม่ทำให้คุณผิดหวัง! ไม่มีเวลา? เหนื่อยเกินไป? สิ่งเหล่านี้จะไม่เป็นปัญหาอีกต่อไป เพราะเราสามารถหาซื้อกระดาษเปียกไว้ใช้สำหรับเช็ดเครื่องสำอางได้ตามร้านค้าทั่วไป ซึ่งทำให้การทำความสะอาดนั้นง่ายขึ้น

วิธีการรักษาสิวกวนใจ. ลองมารักษาสิวด้วยวิธีเหล่านี้ดูสิ!
ใช้เจลที่มีส่วนผสมของ Salicylic acid หรือโทนเนอร์. Salicylic acid นั้นจะช่วยผลัดเซลล์ผิว ซึ่งมีส่วนช่วยทำให้สิวหายไปและป้องการเกิดใหม่อีกด้วย ถ้ามีการใช้อย่างต่อเนื่องทุกวัน
ใช้ เลเซอร์ IPL home use หรือ envi personal IPL เครื่องนี้มีคุณสมบัติในการรักษาสิว ลดรอยสิว และอีกมากมาย เหมาะสำหรับคนไม่ค่อยมีเวลา ไม่ชอบรถติด เพราะสามารถทำเองได้ที่บ้าน และเห็นผลเร็วกว่าวิธีอื่นๆ ที่สำคัญ ปลอดภัยด้วย
ใช้โลชั่นที่มีส่วนผสมของ Benzoyl peroxide หรือเจลแต้มสิว. ถ้าคุณเป็นคนที่มีสิวเยอะทั่วใบหน้า หรือมีความรุนแรง คุณสามารถหาซื้อผลิตภัณฑ์บำรุงผิวหน้าที่มีส่วนผสมของ Benzoyl Peroxide ได้ และทาให้ทั่วใบหน้าก่อนเข้านอน หรือคุณสามารถใช้เจลแต้มสิวแต้มเฉพาะที่ได้เช่นกัน เพราะเจลแต้มสิวก็มีส่วนผสมของ benzoyl peroxide อยู่ด้วย
พบแพทย์ผิวหนัง. ผลิตภัณฑ์รักษาสิวอื่นๆ ที่มีประสิทธิภาพสูง เช่น Accutane และ Retin-A จะต้องใช้ภายใต้คำแนะนำของแพทย์เท่านั้น คุณไม่สามารถหาซื้อมาใช้เองได้ เพราะฉะนั้นถ้ามองไม่เห็นหนทางแล้วจริงๆ ก็ควรรีบไปพบแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อทำการรักษาต่อไป
ใช้มาร์คหน้าหรือผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดรูขุมขน. การใช้ผลิตภัณฑ์ดังกล่าวจะช่วยขัดผิวและกำจัดเซลล์ผิวที่ตายแล้วออกไป คุณควรมาร์คหน้าอาทิตย์ละครั้งเท่านั้น สำหรับผลิตภัณฑ์ขัดผิวสามารถหาซื้อได้ตามร้านค้าทั่วไป หรืออาจทำเองที่บ้านก็ได้
ตั้งชื่อภาพ 85539 33
ไม่แกะ หรือกดสิว. ซึ่งเป็นสิ่งที่คุณไม่ควรทำอยู่แล้ว ไม่ว่าสิวหัวดำบนหน้าคุณนั้นจะเชิญชวนให้คุณแกะซักแค่ไหน มันไม่มีอะไรดีขึ้นแน่ๆ ทั้งยังทำให้เกิดผลเสียตามมาอีกหลายอย่าง
การแกะสิวทำให้เกิดรอยสิว. รอยสิวนั้นเกิดจากการอักเสบของผิวหนังชั้นนอกและผิวหนังแท้ด้านใน ซึ่งถ้าเรากดสิวหรือแกะสิวจะทำให้รอยนั้นหายยากขึ้น อดทนไว้ก่อน แล้วจะดีเอง!
การแกะสิวทำให้เกิดแผลเป็น. เป็นสิวไม่นานก็หาย แต่แผลเป็นนี่สิ ไม่หายไปง่ายๆ แน่ ถ้าคุณต้องการหน้าที่เรียบเนียนไร้รอย ก็อย่าไปแกะมันเลย
อย่าสัมผัสใบหน้า. น้ำมันและสิ่งสกปรกบนมือคุณจะทำให้รูขุมขนอุดตันได้ง่าย นอกจากนั้น การพยายามไม่สัมผัสหน้าจะทำให้คุณเลิกแกะสิวได้อีกด้วย
ตั้งชื่อภาพ Get Clear, Smooth Skin Step 34
ใช้เครื่องสำอางและแปรงที่สะอาดเท่านั้น. เครื่องสำอางสามารถสะสมเชื้อแบคทีเรียได้เช่นเดียวกันกับอาหาร ดังนั้นเครื่องสำอางจึงมีอายุการใช้งานเช่นกัน ถ้าคุณใช้แป้ง ที่ปัดแก้ม อายแชโดวส์ และมาสคาร่าชุดเดิมมานานเกินกว่า 6 เดือนแล้วละก็ คุณควรจะเปลี่ยนใหม่ได้แล้วละ!
ข้อยกเว้นในกรณีนี้ใช้ได้กับแปรงแต่งหน้าเท่านั้น—เพราะแปรงเหล่านั้นสามารถนำมาทำความสะอาดได้ โดยไม่ต้องซื้อใหม่ คุณลองหาผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดเพื่อฆ่าเชื้อแบคทีเรีย แล้วนำมาทำความสะอาดแปรงของคุณเดือนละครั้ง หลังจากแต่งหน้าเสร็จ จากนั้นปล่อยให้แห้งระหว่างวันหรือข้ามคืน
ตั้งชื่อภาพ Get Clear, Smooth Skin Step 45
ดื่มน้ำเยอะๆ . อย่างน้อยก็ต้อง 6-8 แก้วต่อวัน แล้วคุณจะเห็นการเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้นกับผิวคุณ เพราะน้ำเป็นตัวช่วยในการกำจัดสารพิษออกจากร่างกายได้ง่ายขึ้น
ผู้หญิง: พยายามดื่มน้ำให้ได้วันละ 2.2 ลิตรหรือประมาณ 9 แก้ว [1] ถ้าคุณยังไม่สามารถดื่มได้มากขนาดนั้น ก็พยายามหลีกเลี่ยงเครื่องดื่มรสหวานทั้งหมด ซึ่งเป็นสิ่งที่คุณควรทำอยู่แล้วเพื่อสุขภาพที่ดี
ผู้ชาย: พยายามดื่มน้ำให้ได้วันละ 3 ลิตรหรือประมาณ 13 แก้ว
ถ้าสีปัสสาวะคุณอ่อน นั่นแสดงว่าคุณดื่มน้ำเพียงพอ แต่ถ้าเป็นสีเข้มแล้วละก็ คุณก็ควรดื่มน้ำให้มากขึ้น
ตั้งชื่อภาพ Get Clear, Smooth Skin Step 56
นอนหลับให้ถูกทาง. คุณรู้หรือไม่ว่าผิวคุณอาจเจอกับสิ่งสกปรกในขณะนอนหลับได้ เรามาดูวิธีลดความเสี่ยงเหล่านี้กัน:
เปลี่ยนปลอกหมอนอย่างน้อยอาทิตย์ละครั้ง. ปลอกหมอนนั้นสามารถสะสมฝุ่น น้ำลาย รวมทั้งสิ่งสกปรกอื่นๆ ได้ ซึ่งจะต้องสัมผัสกับหน้าคุณทุกวัน ดังนั้นคุณจึงควรซักหรือเปลี่ยนปลอกหมอนเป็นประจำ เพื่อผลลัพธ์ที่ดีที่สุด
หาหมอนใหม่. เช่นเดียวกับปลอกหมอน หมอนของคุณสามารถสะสมฝุ่นและสิ่งสกปรก แม้ว่าตัวหมอนจะไม่ค่อยถูกนำมาซักก็ตาม ถ้าคุณใช้หมอนใบเดิมมานานแล้ว ก็ถึงเวลาเปลี่ยนใหม่เสียที
รวบผมไปด้านหลัง. ถักผมไว้ด้านหลังและเก็บผมหน้าม้าหรือไรผมไม่ให้มาสัมผัสกับหน้าคุณด้วยที่คาดผม ผมของคุณก็จะไม่ทำให้ผิวระคายเคืองอีกต่อไปในขณะนอนหลับ
พักผ่อนให้เพียงพอเพื่อความงาม! การนอนหลับไม่เพียงพอและความเครียด ทำให้สภาพผิวคุณแย่ลงได้ ดังนั้นจึงควรนอนให้ได้ 7-8 ชั่วโมงทุกคืน
ตั้งชื่อภาพ 85539 77
เลือกบริโภคอาหารที่มีประโยชน์และออกกำลังกายเป็นประจำ. คุณควรเลือกบริโภคผัก ผลไม้ และธัญพืชต่างๆ เพื่อช่วยฟื้นฟูสุขภาพและผิวของคุณ นอกจากนั้น การออกกำลังกายยังช่วยคลายเครียด ทำให้เลือดไหลเวียนดี และทำให้เกิดการพักผ่อนที่เพียงพออีกด้วย
พยายามเลือกบริโภคอาหารที่ ให้พลังงานที่เหมาะสม. อาหารที่เราเลือกนั้นอาจเต็มไปด้วยน้ำตาลและคาร์โบไฮเดรตขัดสี ซึ่งอาจเป็นสาเหตุหนึ่งของการเกิดสิว ดังนั้นเราจึงควรเลือกอาหารที่มีโปรตีน ผัก และธัญพืชชนิดต่างๆ [2] ถึงแม้ว่าทางวิทยาศาสตร์ยังไม่มีการยืนยันว่าถ้าบริโภคน้ำตาลหรือคาร์โบไฮเดรตขัดสีมากเกินไปจะทำให้เกิดสิว เราก็ควรเลือกบริโภคอาหารที่มีประโยชน์อยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นผักต่างๆ เช่น บีทรูท มะเขือเทศ และบล็อคโคลี่ อาหารที่มีโปรตีน เช่น เนื้อสัตว์ที่มีสีขาว ปลา และถั่ว รวมทั้งธัญพืชต่างๆ เช่น ข้าวโอ๊ต ข้าวกล้อง และข้าวสาลี ซึ่งล้วนมีประโยชน์ต่อสุขภาพทั้งนั้น และนั่นก็จะทำให้ผิวคุณสุขภาพดีขึ้นด้วยเช่นกัน
อาหารที่ มีไขมันอิ่มตัวและฮอร์โมนต่างๆ สูง. อาจทำให้สภาพผิวแย่ลงได้ ยกตัวอย่างเช่น วัว ซึ่งอาจมีฮอร์โมนในตัวสูงเพื่อผลิตน้ำนม แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่าคุณควรเลิกดื่มนมหรือเลิกบริโภคอาหารที่มีส่วนผสมของนมไปโดยสิ้นเชิง เพียงแต่คุณต้องตระหนักว่าสิ่งที่คุณบริโภคเข้าไปนั้นจะมีผลอย่างไรบ้าง ดังนั้นเราจึงไม่ควรบริโภคผลิตภัณฑ์จากนมมากเกินไป
“เลือกบริโภคถั่วต่างๆ และอาหารที่มีไขมันดี” เพราะมีวิตามินอี (วิตามินที่ละลายในไขมันได้และมีสารต่อต้านอนุมูลอิสระ) กรดไขมันโอเมก้า 3 และสารประกอบที่มีลักษณะเป็นน้ำมันอื่นๆ โดยสารอาหารเหล่านี้มาจากถั่ว เมล็ดพืช ปลาแซลมอน และอะโวคาโด ซึ่งมีส่วนช่วยทำให้ผิวสวยเรียบเนียน
วิ่ง เดิน ว่ายน้ำ. ออกกำลังกายด้วยวิธีไหนก็ได้ที่คุณชอบ ไม่ว่าจะเป็นแค่การเดินอย่าง 15 นาทีต่อวัน ก็มีประโยชน์มากกว่าการอยู่เฉยๆ การออกกำลังกายจะช่วยคลายความเครียดที่สะสมมาทั้งวัน ซึ่งเป็นสาเหตุของการเกิดสิวได้ ดังนั้นถ้าคุณอยากจะมีผิวสุขภาพดีแล้วละก็ ก็ต้องขยันออกกำลังกายเป็นประจำ จะเข้ายิม จะวิ่ง หรือจะว่ายน้ำ ได้ทั้งนั้น แล้วแต่ความถนัดเลย แล้วคุณก็จะได้สุขภาพที่ดีแถมผิวสวยกลับคืนมาเป็นสิ่งตอบแทน
8
ดื่มชาเขียว. ชาเขียวนั้นมีสารต่อต้านอนุมูลอิสระ รวมทั้งสารอาหารอื่นๆ ที่จะช่วยรักษาสิวและเพิ่มประสิทธิภาพระบบเผาผลาญของคุณ ซึ่งมีส่วนเกี่ยวข้องกับการเกิดสิว ลองหันมาดื่มชาเขียวซักวันละ 2-3 แก้ว เพื่อผลลัพธ์ที่น่าพึงพอใจกันเถอะ!
9
ไม่ควรล้างหน้าด้วยแชมพูหรือสบู่ล้างมือ. เพราะมีกรดเข้มข้นซึ่งจะระคายเคืองต่อผิวที่บอบบางกว่าบนใบหน้าคุณ สบู่ล้างมือทำขึ้นเพื่อผิวที่มีความหนากว่า 2-3 เท่าเมื่อเทียบกับผิวบนใบหน้า และเป็นผิวที่มีเชื้อแบคทีเรียเยอะ ดังนั้นสบู่ล้างมือจึงมีความเป็นกรดสูง ซึ่งทำอันตรายต่อผิวหน้าเราได้ในระยะยาว อาจมากถึง 12 เดือนเลยทีเดียวในบางกรณี อย่าลืมว่าผิวหน้านั้นบอบบางกว่าผิวที่มือ ไม่ว่าผลิตภัณฑ์จะดีแค่ไหน ก็ไม่ควรนำมาใช้กับผิวหน้า หน้าเนียนใส.